กระบวนการติดตามผู้สัมผัสเชื้อ: การทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ เพื่อรักษาชีวิตและฟื้นฟูเศรษฐกิจให้กลับมาเติบโต

128
0
Share:

หลังจากที่หลายประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เริ่มประกาศคลายล็อคดาวน์ และกลับมาเปิดดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจและใช้ชีวิตตามปกติโดยหวังจะฟื้นฟูเศรษฐกิจให้กลับมา แต่ยังคงเป็นประเด็นถกเถียงกันในส่วนของภาครัฐบาล ภาคธุรกิจ และภาคการศึกษาในเรื่องของระยะเวลา กระบวนการ และแผนปฏิบัติหลังจากกลับมาเปิดดำเนินธุรกิจตามปกติ ทั้งนี้เพื่อความมั่นใจว่าโครงสร้างพื้นฐานทางสาธารณสุขพร้อมรองรับการกลับมาทำกิจกรรมตามปกติได้อย่างปลอดภัย

 

 

นับเป็นความท้าทายอย่างมากในห้วงเวลานี้ ที่จำเป็นจะต้องหาจุดสมดุลระหว่างการลดจำนวนผู้ติดเชื้อไปพร้อมกับการฟื้นฟูเศรษฐกิจไปด้วย โดยที่องค์กรต่างๆ จะต้องกลับมาดำเนินธุรกิจต่อได้โดยไม่ก่อให้เกิดการระบาดของ COVID-19 ระลอกใหม่ขึ้น ควบคู่ไปกับการมีกระบวนการติดตามผู้ส้มผัสเชื้อ (Contact tracing)

กระบวนการติดตามผู้ส้มผัสเชื้อไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นหนึ่งในแนวทางด้านสาธารณสุขที่เก่าแก่ที่สุดย้อนหลังไปหลายศตวรรษและได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ดีที่สุดในการจัดการการแพร่ระบาดได้เป็นอย่างดีกระบวนการนี้จะอาศัยหลักการทำงานแบบ “Spider Web” โดยจะเชื่อมการติดต่อหลังจากระบุตัวบุคคลที่ติดเชื้อได้ ซึ่งในอดีตวิธีการติดตามผู้ส้มผัสเชื้อเป็นเรื่องยุ่งยาก ใช้เวลาและทรัพยากรสูง อย่างไรก็ดีวิวัฒนาการของเทคโนโลยีช่วยให้รูปแบบการติดตามผู้สัมผัสเชื้อเปลี่ยนแปลงและพัฒนาไปตามสถานการณ์

ทั่วโลกพยายามที่จะรักษาชีวิตและฟื้นฟูเศรษฐกิจให้ฟื้นคืนกลับมาอีกครั้ง

“ความเร็ว” เป็นสิ่งสำคัญในการติดตามและแกะรอยบุคคล ซึ่งเทคโนโลยีในการติดตามผู้สัมผัสเชื้อได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสูงในการยับยั้งการแพร่กระจายได้แบบเรียลไทม์ ในความเป็นจริงแล้ว ทุกๆ วินาทีที่เราทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันสามารถเพิ่มการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วได้ แต่ด้วยเทคโนโลยีทำให้สามารถการยับยั้งการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสได้เป็นอย่างดี และช่วยให้พลเมืองมีอิสระในการทำกิจกรรมประจำวันเมื่อเทียบกับวิธีการจัดการแบบเก่าที่ใช้ระบบแมนนวล เช่น การส่งเอกสารแจ้งเตือน หรือสัมภาษณ์ผู้ติดเชื้อเพื่อเก็บข้อมูลการมีปฏิสัมพันธ์ของบุคคลแวดล้อมและสถานที่ต่างๆ ที่ผู้ติดเชื้อเดินทางไป

ในสหราชอาณาจักรฯ วีเอ็มแวร์ได้ร่วมมือกับ National Health Service (NHS) เพื่อพัฒนาแอปพลิเคชันในการติดตามผู้สัมผัสเชื้อที่สามารถนำไปใช้งานได้อย่างรวดเร็ว เพื่อช่วยชีวิตคนส่วนใหญ่เท่าที่จะเป็นไปได้โดยไม่ละเมิดความเป็นส่วนตัว ภายในไม่กี่สัปดาห์แอปพลิเคชันที่พัฒนาขึ้นใหม่เพื่อสนับสนุนความพยายามในการติดตามผู้สัมผัสเชื้อของ NHS และได้ทำการทดสอบ โดยได้ออกแบบมาเพื่อแจ้งเตือนประชาชนที่เป็นกลุ่มเสี่ยงให้เขาสามารถป้องกันตนเอง กลุ่มเพื่อนและครอบครัวได้อย่างทันท่วงที

ขอบเขตความเป็นส่วนตัวของแอปพลิเคชันติดตามผู้สัมผัสเชื้อ

การเพิ่มขึ้นของรายชื่อในแอปติดตามผู้สัมผัสเชื้อ ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น ความกังวลเหล่านี้จะกลายเป็นสิ่งที่สมเหตุสมผลขึ้นมาทันที เมื่ออาชญากรไซเบอร์ในแถบเอเชียแปซิฟิกเอาข้อมูลเหล่านี้ไปใช้ประโยชน์มากขื้นเรื่อยๆ โดยมีแรงขับมาจากการใช้งานที่เพิ่มขึ้นของอุปกรณ์ออนไลน์และความสนใจในสกุลเงินดิจิทัลที่เพิ่มขึ้น

การปกป้องข้อมูลเป็นความรับผิดชอบร่วมกัน ทุกคนมีหน้าที่ที่ต้องทำให้แน่ใจว่าข้อมูลได้รับการปกป้องและดูแลตามมาตรฐานสูงสุดด้านความปลอดภัย การติดตามว่าใครทำอะไร ที่ไหน เมื่อใด นับเป็นเรื่องละเอียดอ่อนในสังคม เครื่องมือติดตามผู้ส้มผัสเชื้อจำเป็นต้องได้รับการพัฒนาและนำไปใช้อย่างมีจริยธรรม แอปพลิเคชันเหล่านี้จะต้องได้รับการควบคุมภายใต้กฎหมายของแต่ละประเทศและได้รับการพัฒนาด้วยความเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าเชื้อโรคแพร่กระจายได้อย่างไร และชุมชนติดเชื้อได้อย่างไร เมื่อนำไปใช้อย่างถูกต้องเทคโนโลยีนี้อาจเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญในการบรรเทาและลดการแพร่ระบาดของโรคได้ในที่สุด

ใช้เทคโนโลยีพัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจ

แอปพลิเคชันติดตามผู้สัมผัสเชื้อได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในองค์กรธุรกิจ สถาบันการศึกษา และองค์กรอื่นๆ เนื่องจากพวกเขาต้องเตรียมความพร้อมให้กับพนักงาน นักเรียน และคนงาน ให้สามารถกลับเข้ามาทำงานและเรียนได้ตามปกติ อย่างไรก็ดีองค์กรต่างๆ ยังคงเผชิญกับความท้าทายในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานในขณะที่ต้องรักษาสมดุลของความปลอดภัยด้วย จึงต้องวางแผนที่จะสามารถดำเนินงานได้ตามปกติ โดยมุ่งให้ทำงานในรูปแบบวิถีใหม่ ด้วยการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาช่วย อย่างระบบดิจิทัลเวิร์คสเปซที่สามารถรองรับการทำงานแบบโมบิลิตี้ในระดับองค์กรได้ดียิ่งขึ้น และสร้างให้เกิดประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานในระยะยาว

ถึงแม้เราอาจต้องเจอกับการระบาดในขั้นต่อไป แต่เราก็มีความภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้สนับสนุนลูกค้าของเรา เพื่อให้เขาสามารถนำเสนอบริการที่จำเป็นแก่คนทั่วโลก เราหวังว่าจะได้ทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อช่วยภาครัฐและองค์กรต่างๆ ให้สามารถฟื้นฟูสภาพเศรษฐกิจจนกลับมาเติบโตได้อีกครั้งในรูปแบบที่ปลอดภัยต่อการดำรงชีพ ในความเป็นจริงพวกเราทุกคนรับรู้ได้ และทราบว่าควรมุ่งเน้นไปที่การนำเทคโนโลยีมาใช้ในด้านที่สร้างสรรค์เพื่อให้เกิดสิ่งที่ดียิ่งขึ้นให้กับโลกของเรา

บทความโดย นายเอกภาวิน สุขอนันต์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท วีเอ็มแวร์

Share: