“จอมยุทธ์16” น้ำจิ้มลูกชิ้นสำเร็จรูปแบรนด์แรกของไทย รุกขยายตลาดเจาะกลุ่มผู้บริโภคครัวเรือน

692
0
Share:

น้ำจิ้มจอมยุทธ์ 16 เบอร์หนึ่งเจ้าแรกของไทย กับนิยาม “ความสำเร็จที่ไม่ได้นับกันแค่ตัวเงิน แต่กำไรคือความสุขทีได้เป็นผู้ให้” พร้อมกระโจนสู่ผู้นำเรื่องเครื่องปรุงสำเร็จ

 

 

ถ้าจะกล่าวถึงวิถีชีวิตของคนไทย ปากท้องการอยู่การกินนั้นเป็นเรื่องสำคัญระดับชาติ และยิ่งอยู่ในยุคที่อะไรก็เร่งรีบ รวดเร็ว ต้องการความสะดวก และง่าย ทำให้ 5 ปี ที่ผ่านมา เจ้าของแบรนด์ผุดไอเดียสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปที่ครองใจผู้บริโภค และเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความอร่อยกลมกล่อมของเหล่าบรรดาพ่อค้าแม่มานานหลายปี ผลิตภัณฑ์ที่กวาดส่วนแบ่งตลาดผู้อุปโภคมาร์เก็ตแชร์ไปกว่า 80% เกริ่นนำมาขนาดนี้ก็คงเป็นใครไปไม่ได้ “น้ำจิ้มจอมยุทธ์ 16” เจ้าแรกของประเทศไทย

และวันนี้ทีม Bizbug ได้มาทำความรู้จักแบบหมดเปลือกกับ “ความสำเร็จที่ไม่ได้นับกันแค่ตัวเงิน แต่กำไรคือความสุขทีได้เป็นผู้ให้” กับ “คุณปอร์เช่-สุดรดา สิทธิกิติกูล” ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารพร้อมด้วย “คุณไข่มุก-ฉัตร์ทริกา วงษ์นนท์ศิลา” ผู้จัดการฝ่ายการตลาด หจก.จอมยุทธ์ 16 สูตรเด็ดรสจัดจ้านพร้อมทานกับอะไรก็อร่อย ที่มาพร้อมสโลแกนเก๋ๆ สไปร์ซ อัพ ยู เติมรสชาติให้กับชีวิตของคุณ

จุดกำเนิดน้ำจิ้มจอมยุทธ์ เจ้าแรกของประเทศไทยที่ติดตลาดจนถึงปัจจุบัน เคยทำธุรกิจอะไรมาก่อน
ปอร์เช่เป็นคนที่ชอบค้าขายมาตั้งแต่เด็ก ประกอบกับที่บ้านทำอาชีพค้าขาย จึงอยากเป็นเจ้าของธุรกิจ เราเลยต้องหาลู่ทางของเราว่าจะเริ่มต้นและเดินไปยังไง จุดเริ่มต้นตอนแรกเริ่มจากขายสินค้ากิ๊ฟช้อปก่อน นำเข้าเองจากจีน แต่ไม่ประสบความสำเร็จ ก็เลยลองหาธุรกิจไปเรื่อยๆ มองว่าการทำธุรกิจต้องลองผิดลองถูก เราเป็นคนบ้าบิ่น โฟกัสเฉพาะสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ทุกอย่างต้องอาศัยทั้งทำ คิด ปรับปรุง แก้ไข อย่างนี้ไปเรื่อยๆ อย่างธุรกิจขายกิ๊ฟช็อป สั่งของมาขายโดยไม่ได้สำรวจตลาด คิดว่าอันนั้นดีอันนี้ดี เป็นการทำธุรกิจในหัวตัวเอง ปรากฏว่ามันไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิด เราก็เปลี่ยนเลยคือไปขายอย่างอื่นอีก จนมาถึงน้ำจิ้มสุกี้ และต่อมาก็เป็นน้ำจิ้มลูกชิ้นที่ตอนนี้เป็นเบอร์หนึ่งและเจ้าแรกของไทย

ทำไมถึงใช้ชื่อแบรนด์ น้ำจิ้มจอมยุทธ์ 16 มีที่มาที่ไปอย่างไร
เราลองคิดชื่ออะไรทำให้คนฟังแล้วรู้สึกว่าน่าสนใจ หรือรู้สึกว่าแตกต่าง จนเราได้ยินเสียงกระซิบข้างหูว่าชื่อจอมยุทธ์สิ เลยเห็นว่าน่าสนใจดีเลยใช้ชื่อแบรนด์นี้ ส่วนที่มาของคำว่าสิบหก16 ตอนแรกเราใช้จอมยุทธ์เฉยๆ มีอาจารย์ที่นับถือบอกเรื่องศาสตร์ตัวเลข บอกว่าถ้าเติมเลขสิบหกเข้าไปจะทำให้ขายดีและสินค้าเป็นที่รู้จักมากขึ้น จริงๆ และที่สำคัญเราอยากให้จำภาพของจอมยุทธ์เป็นเหมือนเพื่อนที่มาช่วยกันแก้ปัญหาแล้ว เติบโตไปพร้อมๆ กัน

จุดไหนที่ทำให้เห็นช่องว่างและลู่ทาง ทำให้ปิ๊งไอเดียว่าเราต้องจะต้องทำน้ำจิ้มลูกชิ้นเพิ่ม
ตอนแรกเราผลิตเป็นน้ำจิ้มสุกี้ก่อน เราไปส่งน้ำจิ้มในตลาด มองเห็นโอกาสว่าในทุกตลาดมีรถขายลูกชิ้นปิ้งลูกชิ้นทอด แต่ยังไม่มีน้ำจิ้มสำเร็จรูปสำหรับพ่อค้าแม่ค้าลูกชิ้น จึงมองว่าตรงนี้เป็นโอกาสในการสร้างน้ำจิ้มลูกชิ้นสำเร็จรูปเป็นแบรนด์แรกของประเทศ ซึ่งตอนนี้ผลิตมาเป็นเวลา 5 ปีแล้ว กระแสตอบรับตอนนี้ดีมาก ธุรกิจเติบโตอย่างต่อเนื่อง เราผลิตสินค้าตัวนี้มาเพื่อตอบโจทย์ช่วยเหลือพ่อค้าแม่ค้าที่ขายลูกชิ้น เพื่อประหยัดต้นทุน ประหยัดเวลา ไม่ต้องมาทำน้ำจิ้มลูกชิ้นเอง และรสชาติเสถียรด้วย อีกทั้งเมืองไทยมีร้านขายลูกชิ้นอยู่ทั่วไป ลูกชิ้นเป็นของที่กินง่าย และน้ำจิ้มลูกชิ้นที่เหมาะสมควรจะเป็นพริกคั่วมะขามเปียกแต่ในตลาดยังไม่มีใครทำเลย เราก็เลยมองเห็นช่องว่างตรงนี้ว่าเราจะช่วยพ่อค้าแม่ค้าให้สะดวกมากขึ้นอย่างไร ประหยัดต้นทุนได้อย่างไร เราก็เลยออกสินค้านี้ออกมา ได้รับผลตอบรับดีจากพ่อค้าแม่ค้าทำให้ชีวิตเขาสะดวกมากขึ้น ประหยัดต้นทุนมากขึ้น กิโลกรัมละ 35 บาท ฉีกถุงใช้ได้เลย ทำให้ชีวิตสะดวกมากขึ้น ที่สำคัญเมื่อใช้น้ำจิ้มนี้มีกำไรเหลือมากขึ้น

กลุ่มเป้าหมาย (Target Group) เน้นเจาะไปที่ตลาดกลุ่มไหน และผลิตภัณฑ์ (Product) ที่เสริฟตลาดมีอะไรบ้าง
เน้นเจาะกลุ่มเป้าหมายหลักของเราก่อน คือกลุ่มพ่อค้าแม่ค้า เพราะสินค้าของเราจุดประสงค์ทำมาเพื่อตอบโจทย์พ่อค้าแม่ค้าก่อน ทำให้พวกเขาสะดวกมากขึ้น ใช้แล้วเหลือกำไรมากขึ้น เราวางโพสิชั่นเพื่อตอบโจทย์กลุ่มนี้ก่อน ปกติกลุ่มนี้จะมีกำลังซื้อที่สัดส่วน 90% เลย และอีก 10% เป็นผู้บริโภคทั่วไป แต่ปี 2563 จะรุกตลาดผู้บริโภคมากขึ้น คือ ขยายกลุ่มเซคเมนต์ผู้บริโภคมากขึ้น แบ่งสัดส่วนว่าน่าจะอยู่ที่ประมาณ 70:30 ภายในปีนี้ ซึ่งตอนนี้มีผลิตภัณฑ์ 3 สูตร โดยสูตรสีส้มเป็นน้ำจิ้มลูกชิ้นสูตรดั้งเดิมเหมาะสำหรับเด็กจะรสชาติหวานไม่เผ็ด สูตรสีเขียวขายดีมากเป็นสูตรที่เราทำเป็นเจ้าแรก คือสูตรน้ำจิ้มลูกชิ้นพริกคั่วมะขามเปียก เป็นสูตรโบราณขนานแท้มีรสเปรี้ยวจากมะขามเปียกและหอมพริกคั่วได้ครบสามรสเลย และโปรดักส์ใหม่ซึ่งเป็นน้ำจิ้มไก่ มีความพิเศษตรงที่รสชาติกลมกล่อมเข้มข้นสไตล์จอมยุทธ์ครบสามรสหอมกลิ่นกระเทียม

อัตรากำลังการผลิตเพื่อป้อนตลาดอยู่ที่ปริมาณเท่าไหร่ต่อวัน
จำนวนการผลิตต่อวันอยู่ที่ 30-50 ตัน คือ 30,000-50,000 กิโลกรัมต่อวัน โดยหนึ่งถุงเท่ากับ 1 กิโลกรัม ตอนนี้แพคเกจมีรูปแบบซอง (ถุง) สำหรับพ่อค้าแม่ค้า บรรจุ 1 กิโลกรัม วางจำหน่ายทั่วประเทศ และมีส่งออกไปต่างประเทศแล้ว เช่น กัมพูชา พม่า ลาว โดยในปลายปีนี้จะออกแพคเกจเป็นขวดแก้วกับซองสำหรับผู้บริโภคในครัวเรือน ซึ่งแตกต่างกันที่รสชาติเข้มข้นขึ้น เพราะว่าต้องการให้ใช้ประโยชน์มากขึ้น ทานกับของทอดอะไรก็ได้ทุกชนิด โดยปัจจุบันมีกำลังการผลิตสูงถึง 100 ตัน ต่อวัน

วางแผงกลยุทธ์ทางการตลาด (Marketing Strategy) อย่างไร
ด้วยที่เราเป็นแบรนด์โนเนม ครั้งแรกจึงเริ่มต้นจากการนำเสนอสินค้าโดยใช้วิธีวางขายแล้วค่อยมาเก็บเงิน เพราะการจะให้เขานำเงินมาลงกับสินค้าที่ไม่มีใครเคยรู้จักคงเป็นไปได้ยาก เริ่มจากขอวางสินค้าพร้อมทั้งหาลูกค้ามาให้เขาด้วย แต่ว่าหลังจากเราวางแล้ว เราก็ไปแนะนำลูกค้าให้มาช่วยซื้อที่ร้านค้าที่มีสินค้าวางจำหน่าย เช่น เราไปติดต่อขอวางได้ที่ร้านค้าได้แล้ว เราก็เอาตัวอย่างสินค้าไปแจกให้พ่อค้าแม่ค้าได้ทดลองใช้ แล้วบอกว่าถ้าชอบให้ไปซื้อร้านนี้ เราต้องอย่าคิดว่าเราเป็นแบรนด์ดัง เราต้องทำตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ เราทำแบบนี้ตลอดจนสินค้าติดตลาด เดี๋ยวนี้อาจไม่ต้องเสียเวลาเหมือนเมื่อก่อนเพราะคนรู้จักมากขึ้น มีฝ่ายการตลาดไปติดต่อตามร้านค้าเพื่อขอวางน้ำจิ้มให้เป็นจุดขาย จากนั้นเราก็จะเอาตัวอย่างน้ำจิ้มไปแจกที่ร้านขายลูกชิ้นทอดลูกชิ้นปิ้งเพื่อให้ได้ทดลองใช้ แนะนำให้มาซื้อที่ร้านนี้ตลาดนี้หลายคนติดต่อเข้ามาเอง ทำให้มีการเปิดใจมากขึ้น เริ่มทำตลาดจากในโคราชแล้ว ค่อยๆ ขยายไปภาคอีสาน ต่อยอดไปเรื่อยๆ หาร้านลูกชิ้นทอด ไปคุยว่าซื้อลูกชิ้นจากที่ไหน ใช้วิธีย้อนรอยไปจนเจอเอเย่นต์เล็กๆ เรียกกลยุทธ์นี้ว่า บุกไปทุกตลาดหาที่วางสินค้าไป คืบคลานตั้งแต่ร้านขายลูกชิ้น โชห่วย ไปถึงเบเกอรี่ จะทำให้ลูกค้าเห็นสินค้ามากที่สุด สื่อสารการตลาดให้ถึงลูกค้าครัวเรือนให้ได้ เรามุ่งตรงไปที่ตลาดสดทั่วประเทศ ร้านขายของชำ ร้านขายส่งลูกชิ้น และแม็คโครทุกสาขา ควบคู่ไปกับการทำตลาด โดยเน้นโซเชียล มีเดีย เป็นตัวกลางสื่อสารเพราะทุกคนเข้าถึงได้หมด

เน้นช่องทางใดในการสื่อสารเจาะเข้าถึงผู้บริโภค (Consumer) เพื่อสร้างยอดขาย
ใช้การบริหารโดยนำหลักการตลาดออนไลน์เข้ามาช่วย มีการโปรโมทสื่อสารผ่านออนไลน์ เรามีเพจ มีการสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดีย ใช้ออนไลน์เป็นตัวขับเคลื่อนที่จะเพิ่มยอดขายให้กับร้านค้าต่างๆ ที่เราเอาสินค้าไปวาง วันนี้ถ้าเราวางขายร้านไหนเราก็ใช้ออนไลน์ในการกระตุ้นและสื่อสารทำให้ลูกค้ารู้จักสินค้าเรา และทำให้เขาไปหาซื้อที่ร้านค้านั้น ร่วมกับใช้ช่องทางาออนไลน์ประชาสัมพันธ์ให้ร้านที่ไปวางด้วย มีการทำคลิปให้ความรู้เกี่ยวกับการทำน้ำจิ้มลูกชิ้น การขายน้ำจิ้มลูกชิ้น โดยล่าสุดเราปรับการขายน้ำจิ้มใหม่ เราไม่ใช้เซลล์ เพราะเรารู้สึกว่าโลกมันถูกย่อแล้ว ทุกคนเข้าถึงกันได้หมด ไม่ต้องมีเซลล์ไปติดต่อแล้ว แต่เราใช้ช่องทางออนไลน์ในการเข้าถึงร้านค้า ทำให้ร้านค้าติดต่อเรามาเอง เรามีตัวแทนขายไว้เพื่อสำรวจตลาดว่าเป็นอย่างไร มีกระแส เก็บข้อมูล เป็นทีมวิจัยการตลาด ไม่ใช่คนที่มีหน้าที่ขายแล้ว บวกกับด้านการขายเรามีระบบคอลเซ็นเตอร์ในโรงงานเพราะควบคุมในเรื่องการสื่อสารได้ง่ายกว่า ระบบแอดมินเป็นคนเช็คกับร้านค้า แต่ระบบนี้ต้องทำควบคู่กับฝ่ายวิจัยด้วย ส่วนลูกค้าใหม่ก็ยิงแอดโฆษณาบนโซเชียลมีเดียต่างๆ เราใช้ช่องทางออนไลน์เป็นตัวช่วยออฟไลน์ คือใช้ออนไลน์ประชาสัมพันธ์บอกถึงสถานที่จัดจำหน่ายแล้วให้ลูกค้าไปซื้อจุดนั้น ด้วยน้ำจิ้ม ลูกชิ้นเป็นสินค้ามีน้ำหนักส่งทางเคอรี่ ไปรษณีย์เหมือนสินค้าออนไลน์อื่นๆ จะเป็นการเพิ่มต้นทุนโดยไม่จำเป็น จึงเน้นไปที่ออนไลน์เป็นตัวช่วยออฟไลน์อีกที รวมถึงการบอกต่อปากต่อปาก สำหรับเรามองว่าเซลที่ดีที่สุดคือ คุณภาพที่ดีของสินค้า และแพคเกจจิ้งที่น่าใช้ เพราะสิ่งเหล่านี้คือคนที่จะเจอกับลูกค้าจริงๆ ไม่ใช่เซลที่เราจ้าง นั่นมีหน้าที่แค่สื่อสารกับแม่ค้า ขอแค่พื้นที่วางขายเซลล์ที่แท้จริงคือตัวสินค้า ที่เป็นตัวกระตุ้นการตัดสินใจซื้อ เราจึงให้ความสำคัญกับตรงนี้

คิดว่าอะไรคือปัจจัยสำคัญที่ทำเกิดการผันผวนไม่คงที่ของธุรกิจเรา หรืออะไรเป็นอุปสรรคตั้งแต่ดำเนินธุรกิจมา
ปัจจัยเสี่ยงสำคัญของธุรกิจนี้คือ ราคาวัตถุดิบ มีความผันผวน วิธีบริหารจัดการคือ จะมีการทำสัญญาซื้อลอตใหญ่ อีกแบบคือใช้วิธีถัวเฉลี่ย เพราะวัตถุดิบมีทั้งแพงและถูก แต่ถ้าวัตถุดิบราคามันกระโดดมาก อาจจะต้องปรับราคาสินค้า นอกจากนี้ มีค่าแรงและค่าน้ำมัน ค่าขนส่ง เพราะสิ่งเหล่านี้จำเป็นหมดในการทำธุรกิจนี้ การทำธุรกิจเจออุปสรรคเยอะมาก มีการต้องลองผิดลองถูกและเจ็บมาเยอะ พอเริ่มผลิตสินค้าได้สักพักสินค้าเริ่มติดตลาดและเติบโตมากขึ้น ก็มีอุปสรรคในเรื่องคู่แข่ง ในช่วงนั้นเจอวิกฤติพอดี มีปัญหาเรื่องเครื่องจักรและโรงงาน ทำให้สินค้าขาดตลาดไปช่วงหนึ่ง ประจวบเหมาะกับเป็นช่วงที่คู่แข่งเกิดพอดี ตอนนั้นไม่รู้จะแก้อย่างไร แต่ก็ฉุกคิดว่าไหนๆ ปัญหาก็เกิดขึ้นมาแล้ว จะเจ๊งแล้วก็ขอไว้ลายจอมยุทธ์แล้วกัน เลยไปปรุงน้ำจิ้มที่ไม่ต้องคิดถึงเลยว่าต้นทุนเท่าไหร่ จัดเต็มวัตถุดิบปรับปรุงสูตรใหม่หมดให้เข้มข้นมากขึ้น เพื่อให้ลูกค้าเอาล็อตนี้ไปขายแล้วทำให้ชีวิตเขาเปลี่ยนไปเลยดีกว่า จึงเป็นที่มาของการปรับสูตรใหม่หมด ปรากฏว่าสินค้าล็อตนั้นกลับพลิกวิกฤติ ทำให้ลูกค้ากลับมาเชื่อมั่นเราเหมือนเดิมจากการปรับปรุงสูตรใหม่ เราก็เลยได้กลับมายืนอีกครั้งทำให้รู้สึกว่า มันต้องคิดแบบนี้ถึงจะทำให้ธุรกิจไปได้ มันต้องคิดถึงคนอื่นแบบนี้ หลังจากสูตรนั้นจอมยุทธ์ก็ปรับมาเรื่อยๆ จนเป็นสูตรที่ลงตัวเหมือนทุกวันนี้

จากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ดิ่งลงในปัจจุบัน คิดว่าจะมีผลกระทบกับธุรกิจมากน้อยแค่ไหน
ในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ สินค้าน้ำจิ้มของเราไม่ได้รับผลกระทบ เพราะลูกชิ้นเป็นอาหารหลัก ต่อให้เกิดภาวะเศรษฐกิจอย่างไร คนก็ยังรับประทานอยู่ ลูกชิ้นถือเป็นโปรตีนราคาถูก ดังนั้น กินแล้วอิ่มท้อง ทำให้ลูกชิ้นก็ยังเป็นที่นิยม และคนไทยทานลูกชิ้นขาดน้ำจิ้มไม่ได้ ยิ่งภาวะเศรษฐกิจไม่ดีแบบนี้ เรายิ่งเติบโต เพราะลูกชิ้นเป็นโปรตีนราคาถูกอิ่มท้อง ค่าใช้จ่ายสำหรับมื้ออาหารน้อยลง ลูกชิ้นจึงเป็นหนึ่งในนั้นที่ตอบโจทย์ ฉะนั้นยิ่งเศรษฐกิจไม่ดีธุรกิจนี้ยิ่งเติบโต และยังเป็นธุรกิจที่ถูกดิสรัปชั่นยากมาก ต่อให้นวัตกรรมมันจะไปไกลแค่ไหนคนก็ยังมีความสุขกับการลิ้มรสอาหาร ดื่มด่ำกับรสชาติของอาหาร

ที่ว่าเราเป็นแบรนด์เบอร์หนี่ง คิดว่าอะไรคือจุดเด่นของน้ำจิ้มจอมยุทธ์ แตกต่างจากคู่แข่งและวางแนวทางการรับมืออย่างไร
สินค้าเราจะแตกต่างจากสูตรอื่น โดยมีจุดเด่นตรงที่ความเข้มข้นถึงเครื่อง เพื่อมอบผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดสำหรับผู้บริโภค ตอนนี้เรามีคู่แข่งที่เกิดตามหลังมาเยอะมาก โดยเขาเอาเราเป็นต้นแบบ แต่มองว่าคู่แข่งคือเพื่อนร่วมอาชีพที่มากระตุ้นให้ตลาดอุตสาหกรรมน้ำจิ้มลูกชิ้นโตขึ้น เพราะแต่ละยี่ห้อมีเอกลักษณ์และมีฐานลูกค้าของตัวเอง ดูตัวอย่างจากโค้กและเป๊ปซี่ ต่างคนต่างโต ต่างคนต่างรวย และเชื่ออีกอย่างหนึ่งว่า คนที่จะวิ่งถึงเส้นชัยได้เร็วที่สุด ไม่ใช่คนที่วิ่งไปแล้วหันซ้ายทีหันขวาที แต่คือคนที่ต้องวิ่งตรงในเลนของตัวเอง หมั่นสำรวจตัวเองตลอดเวลา ส่วนคู่แข่งทางอ้อมจะเป็นโรงงานน้ำจิ้มไก่ที่มองเห็นการเติบโตของน้ำจิ้มลูกชิ้นก็กระโดดเข้ามาผลิตแข่ง แต่ถ้าจะถามว่าใครเป็นคู่แข่ง ต้องบอกว่าจอมยุทธ์เองนี่แหละ จอมยุทธ์เมื่อวานกับจอมยุทธ์วันนี้ โดยจอมยุทธ์วันนี้ต้องมองว่าจะทำยังไงให้ชนะจอมยุทธ์เมื่อวานนี้

ปีนี้มีการตั้งเป้ายอดขายประมาณการไว้เท่าไหร่ มีอัตราการเติบโต (Growth) จากปีที่ผ่านมากี่เปอร์เซ็นต์
ตอนนี้เราพูดได้ว่าเราเป็นเบอร์หนึ่งของน้ำจิ้มลูกชิ้น เราคือต้นตำรับของน้ำจิ้มลูกชิ้นสำเร็จรูป เป็นเบอร์หนึ่งและเป็นเจ้าแรกของประเทศไทย ในเรื่องกำลังการผลิตเราเป็นโรงงานผลิตน้ำจิ้มลูกชิ้นสำเร็จรูปที่มีกำลังการผลิตมากที่สุดในประเทศไทยวันละ 100 ตัน และเป็นแบรนด์ที่มีส่วนแบ่งการตลาด Market Share มากที่สุดกว่า 80% โดย 3-4 ปีที่ผ่านมามีอัตราเติบโตเฉลี่ย 50% และเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมามีอัตราเติบโตเฉลี่ยอยู่ที่100% ส่วนปีนี้ตั้งป้ายอดขายก็น่าจะจบที่ประมาณ 100 ล้านบาท มีการเติบโตแบบก้าวกระโดดเพราะเราปรับสูตรใหม่ทำให้เข้มข้นมากขึ้น มีการออกโปรดักส์ใหม่ตอบโจทย์ลูกค้ามากขึ้น รวมถึงมีการพัฒนา ปรับกระบวนการ และวางแผนกลยุทธ์ในด้านต่างๆ อยู่ตลอดวเลา จึงน่าจะเป็นจุดที่ทำให้จอมยุทธ์เติบโตได้อย่างรวดเร็ว

วางแผนขยายฐานลูกค้าเพื่อต่อยอดธุรกิจหลังจากนี้จะเป็นในทิศทางใด
การขยายธุรกิจจะใช้เงินสดผสมกับเงินกู้ แต่การเติบโตที่ยั่งยืนมันต้องมีกระแสเงินสดเข้ามาหมุนในระบบด้วย ไม่ใช่มุ่งเน้นไปที่เงินกู้ แบบนั้นจะทำให้ขายของแล้วได้แต่ตัวเลขไม่ใช่ตัวเงิน ส่วนกลยุทธ์การขยายฐานไปลูกค้าผู้บริโภค เราจะออกผลิตภัณฑ์ที่เป็นขวดแก้ว และมีการปรับสูตรสำหรับผู้บริโภค ออกแพคเกจจิ้งที่เล็กลง จะวางขายในจุดที่ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงได้ง่ายคือ บิ๊กซี โลตัส แม็คโคร ห้างสรรพสินค้า โมเดิร์นเทรด ซึ่งจะปรับสูตรสร้างความแตกต่างมากขึ้น ในชื่อน้ำจิ้มไก่สูตรโบราณ เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้ลูกค้าที่ชอบรสชาติแบบจัดจ้านถึงใจใช้ทานอะไรก็อร่อย จะเปิดตัวสินค้านี้สู่ตลาดไม่เกินสิ้นปีนี้ และตอนนี้เราเริ่มไปต่างประเทศในแถบชายแดนแล้ว ลาว พม่า กัมพูชา มีวัฒนธรรมการบริโภคมาจากไทยล้วน เพราะสินค้าไทยมีคุณภาพ

บริหารกระบวนการจัดการของระบบ โลจิสติกส์ (Logistics) รวมถึงช่องทางการจำหน่ายอย่างไร
เรามีช่องทางการจำหน่ายแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ ผ่านตัวแทนจำหน่าย โดยนำสินค้าจำนวนมากไปวางที่ตัวแทนให้กระจายออกไปโดยที่เขาจะทำโลจิสติกส์เอง และอีกแบบเราทำโลจิสติกส์เอง โดยจะวิ่งส่งตามร้านค้าต่างๆ ซึ่งหน่วยรถจะไปเก็บกระแสเงินสดเข้าโรงงานด้วย ทำให้เราออกตลาดจริงได้พบปะกับร้านค้าตรง ทำให้สำรวจได้ว่าตอนนี้อะไรที่พ่อค้าแม่ค้าต้องการ ได้ข้อมูลข่าวสารที่รวดเร็วเพื่อมาปรับปรุงในด้านต่างๆ ให้ดียิ่งขึ้น มีหน่วยรถประจำอยู่ในศูนย์สินค้าทุกภาค ทั่วประเทศ รวมทั้งกรุงเทพฯ ในทุกพื้นที่เราทำควบคู่ไปกับเอเย่นต์ เช่น แต่ละภาคมีเอเย่นต์ประจำจังหวัด ถ้าจังหวัดไหนไม่มีเอเย่นต์เราก็เข้าไปดูแล แต่ถ้ามีลูกค้าในพื้นที่ของเอเย่นต์ติดต่อตรงมาที่เรา เราก็ส่งต่อให้เอเย่นต์อีกทีเพื่อให้เขาไปดำเนินการ จะเป็นการทำงานแบบร่วมมือกันมากกว่า และที่สำคัญเราต้องวิ่งออกตลาดเองด้วย ธุรกิจทุกธุรกิจต้องยืนได้ด้วยขาตัวเอง ไม่ได้อาศัยคนอื่นอย่างเดียว อีกอย่างจอมยุทธ์ไม่ได้มองว่าจะขายในห้างอย่างเดียว เพราะการทำธุรกิจที่ดี หรือบ้านที่มั่นคงจะมีเสาใหญ่ต้นเดียวไม่ได้ จะจำหน่ายให้ลูกค้ารายย่อยด้วย เพราะบ้านที่มั่นคงต้องมีเสายิ่งถี่หลายต้นยิ่งดี การที่เรามีลูกค้าเยอะเป็นพันรายยิ่งดี ส่งเอเย่นต์กับแม่ค้าอย่างละครึ่ง ตอนนี้ขายในแม็คโครทุกสาขา เพิ่งเข้าเมื่อเดือนมีนาคมปีที่แล้ว เติบโตขึ้นเรื่อยๆ สัดส่วนในแม็คโครประมาณ 10% ของทั้งหมด ตอนนี้ผลิตให้ในแบรนด์แม็คโคร เราจะรับจ้างผลิตเฉพาะห้างหรือคนที่จุดขายเฉพาะเท่านั้น อย่างแม็คโคร บิ๊กซี โลตัส แต่เราจะไม่ทำธุรกิจแบบใครมาจ้างก็ได้แล้วให้ไปตีกันในตลาด ต้องนึกถึงคนที่เขาขายแบรนด์เรามาก่อน จะไม่ออกแบรนด์ที่เป็นคู่แข่ง ไม่แข่งกับลูกค้าเราเอง จะผลิต OEM ให้กับคนที่มีสถานที่ขายของเขาอยู่แล้ว ไม่ได้ปะปนกับแม่ค้าในตลาด รวมทั้งมีการทำประชาสัมพันธ์ร่วมกับคู่ค้าพันธมิตรเพื่อให้เป็นที่รู้จักและติดตลาดยิ่งๆ ขึ้นไป

กลยุทธ์ที่เป็นหัวใจหลักในการบริหารจนสำเร็จจนถึงปัจจุบันคืออะไร
กลยุทธ์ที่ทำให้จอมยุทธ์มีทุกวันนี้ได้ เพราะว่าเรานึกถึงผู้บริโภคและลูกค้ามากกว่ากำไร นึกถึงว่าทำยังไงที่สินค้าของเราจะทำให้ชีวิตเขาดีขึ้น เป็นจุดเริ่มต้นและหัวใจที่ทำให้น้ำจิ้มจอมยุทธ์เติบโต อีกทั้งเรามีการปรับสูตร กระบวนการทำงาน เปลี่ยนแพคเกจจิ้ง พัฒนาในทุกด้านอยู่ตลอดเวลาโดยไม่หยุดนิ่ง ทำให้ต้นทุนอาจเพิ่มขึ้น แต่เพื่อเมื่อออกไปวางจำหน่ายอยากให้ลูกค้ามองว่าสินเค้าเราน่าซื้อ ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าคิดไม่ผิดเลยที่ซื้อยี่ห้อนี้มาใช้ และหลังจากเจอวิกฤติครั้งนั้นก็เป็นจุดพลิกผันที่เราเริ่มคิดว่าเลิกทำธุรกิจที่คิดถึงแต่ตัวเองดีกว่า ว่าเราจะได้กำไรเท่าไหร่เป็นหลัก ลองกลับไปคิดถึงคนอื่นมากกว่าตัวเองดู ไปคิดถึงลูกค้าให้เยอะขึ้นว่าเมื่อเขาได้น้ำจิ้มที่เข้มข้นไปใช้ชีวิตเขาดีขึ้นขนาดไหน เราเชื่อว่าการที่ให้คนอื่นไปก่อนเดี๋ยวก็จะได้กลับมาตอบแทนเราเอง แน่นอนว่ากำไรลดน้อยลงอย่างชัดเจน แต่สำหรับเรามองว่ากำไรไม่ได้หมายถึงตัวเงินเท่านั้น จริง ๆ ตัวเงินก็ส่วนหนึ่งเพื่อดำเนินธุรกิจ แต่ความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น หรือความสุขของลูกค้า มองว่าเป็นส่วนหนึ่งเหมือนกัน ทำให้เรามีคุณค่ารู้สึกว่าการทำประโยชน์ให้คนอื่นก็ถือเป็นกำไรเหมือนกัน

วางภาพของน้ำจิ้มจอมยุทธ์ในอนาคตข้างหน้าอย่างไร มีแผนกลยุทธ์ (Strategic Planning) การขยายธุรกิจเป็นไปในทิศทางไหน
เป้าหมายและแผนระยะยาว 3-5 ปี สำหรับจอมยุทธ์ เรามองโพสิชั่นไว้คือ บริษัทผลิตสินค้าที่มาเติมสีสันให้กับชีวิตผู้คน “เราจะต้องเป็นผู้นำทางด้านเครื่องปรุงของตลาดในประเทศไทย” และส่งออกโปรดักส์ที่เป็นเอกลักษณ์ไทยไปให้ชาวต่างชาติรับรู้ว่ารสชาติไทยๆ เป็นแบบไหน ทำให้เขารู้สึกว่าพอมีจอมยุทธ์เข้ามาในมื้ออาหารจะทำให้อาหารมีสีสันมากขึ้น มีรสชาติมากขึ้น ทำให้คนมีความสุขที่สุดเมื่อได้กินอาหาร มันเป็นสิ่งที่หล่อเลี้ยงทั้งชีวิตและจิตใจ เราจะไม่ได้หยุดแค่น้ำจิ้มลูกชิ้น จะก้าวไปสู่เครื่องปรุงรสทั้งหมด ต่อจากนี้จะเป็นเครื่องปรุงรสพวกพริกน้ำปลา พริกและน้ำตาล พริกน้ำส้ม พริกป่น ดังสโลแกน สไปร์ซ อัพ ยู เติมรสชาติให้กับชีวิตของคุณ รวมถึงมีแผนการขยายธุรกิจ โดยการเข้าไปเทคโอเวอร์ธุรกิจเครื่องปรุงเล็กๆ หรืออาจร่วมทุนกับผู้ผลิตที่มีจุดแข็งในเรื่องเครื่องปรุงตัวอื่น เพราะคนชอบเสพความอร่อยของอาหาร ทุกอย่างต้องใช้เครื่องปรุงหมด อีกทั้งมีแผนขยายโรงงานในประเทศไทย โดยการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีสมัยใหม่ ใช้เครื่องจักรในกระบวนที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของลูกค้าทั้งหมด เพราะต้องการหลีกเลี่ยงการปนเปื้อนให้ผู้บริโภคปลอดภัย ควบคู่ไปกับแรงงานคนที่มีความรักและใส่ใจในการทำงาน เพื่อสร้างรายได้เข้าประเทศ และพื่อสร้างอาชีพที่มั่นคงสำหรับพวกเขาอย่างยั่งยืน

ลองให้นิยามหรือดัชนีชี้วัดความสำเร็จของแบรนด์ จอมยุทธ์ 16
เราไม่ได้วัดความสำเร็จจากตัวเลข เรามองว่าน้ำจิ้มที่ผลิตขึ้นมาด้วยความคิดของเรา ทำให้ลูกค้ามีชีวิตที่ดีขึ้นกี่ครอบครัว จำนวนความสุขที่มากขึ้นของครอบครัวลูกค้าเราเป็นดัชนีชี้วัดความสำเร็จ จากอาชีพง่ายๆ ด้วยการขายลูกชิ้น คนอายุมากมีอาชีพไม่ต้องไปขอเงินลูก ทำให้เรามีความสุข กับอีกหนึ่งเรื่องคือ การได้ช่วยเหลือคนพิการที่เดินไม่ได้ นั่งรถเข็น มือยังปิ้งลูกชิ้นได้สร้างรายได้จากอาชีพนี้ได้ อันนี้คือความสุข เราได้ส่งอุปกรณ์ ส่งน้ำจิ้มลูกชิ้นไปให้เขา นี่เป็นดัชนีชี้วัดถึงความสำเร็จในธุรกิจที่เราทำมาทั้งหมด เพราะน้ำจิ้มที่คิดขึ้นมาถุงละ 35 บาท เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ชีวิตคนอื่นดีขึ้น ตอนนี้ถือว่าสำเร็จในระดับหนึ่งแล้ว แต่เรามีเป้าหมายต่อไป ซึ่งคำว่าพอเพียงของเราไม่ใช่หยุด เพียงถ้าเรามีโอกาสทำธุรกิจให้เติบโตได้อีกเราต้องทำ เพราะว่ายิ่งเราเติบโตได้มากขึ้น เราก็ช่วยเหลือสังคมได้มากขึ้น หมายถึงว่าถ้าเราจะบริจาคเครื่องช่วยหายใจกี่เครื่องก็ได้ถ้าเรามีเงิน เราจะบริจาคเงินสร้างโรงเรียนเท่าไหร่ก็ได้ถ้าเรามีเงิน ไม่ใช่ต้องมานั่งคิดแล้วคิดอีก เกิดเป็นคนทั้งทีมันต้องหลุดพ้นจากเรื่องแบบนี้ เราถือว่าเราโชคดีที่มาเจออาชีพแบบนี้แล้วเติบโตได้อย่างนี้ จึงต้องนำความโชคดีนี้คืนกลับไปให้คนอื่นบ้างเพราะ “ความสำเร็จที่ไม่ได้นับกันแค่ตัวเงิน แต่กำไรคือความสุขทีได้เป็นผู้ให้”

Share: