“ถุงพลาสติก” เจ้าปัญหา เลิกใช้หรือไปต่อดีกว่ากัน?

504
0
Share:

หนึ่งในประเด็นร้อนที่กลายเป็นดราม่าของเมืองไทยตอนนี้ คงจะหนีไม่พ้นเรื่อง “การลด หรือ งดใช้ถุงพลาสติก” โดยเฉพาะถุงพลาสติกแบบมีหูหิ้ว หรือที่คนไทยเรียกกันติดปากว่า ถุงก๊อบแก๊บ เลยลองมาสำรวจกันหน่อยค่ะว่าที่สหรัฐอเมริกา เวลาไปจับจ่ายซื้อของ เขาทำยังไงกันบ้าง

 

 

ก่อนอื่นเรามาเรียนรู้กันก่อนว่าแต่ละรัฐของอเมริกานั้น มีกฎหมายปกครองของตนเองที่แตกต่างกัน บางรัฐจะเน้นโปรแกรมการรีไซเคิลที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เช่น ในปี ค.ศ. 1991 รัฐเมน (Maine) เป็นรัฐแรกที่ออกกฎหมายให้ร้านค้าปลีกที่ให้ถุงพลาสติกแก่ลูกค้า จะต้องมีที่เก็บรับถุงพลาสติกใช้แล้ว เพื่อนำไปรีไซเคิลในระยะ 20 เมตร จากทางเข้าร้านค้าปลีกนั้นๆ ขณะที่บางรัฐใช้มาตราการห้าม และเก็บค่าปรับเพื่อรณรงค์ให้คนใช้ถุงพลาสติกน้อยลง ซึ่งในปี 2020 นี้ จะมี 8 รัฐที่ใช้มาตราการนี้ ได้แก่ รัฐแคลิฟอร์เนีย, รัฐคอนเนคติกัส, รัฐเดลลาแวร์, รัฐฮาวาย, รัฐเมน, รัฐนิวยอร์ค, รัฐโอเรก่อน และรัฐเวอร์มอน เป็นต้น

สำหรับรัฐแคลิฟอร์เนียนั้น ตั้งแต่เดือนสิงหาคม ปี 2014 นับเป็นรัฐแรกที่ออกกฎห้ามและปรับการใช้ถุงพลาสติกใช้ครั้งเดียวในร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ หากร้านค้าใดยังมีถุงให้ลูกค้าใช้เพื่อเป็นทางเลือก ก็ต้องคิดเงินลูกค้าอย่างน้อยถุงละ 10 เซนต์ เป็นค่าปรับในการใช้ถุง

ทำไมต้องเลิกใช้ถุงพลาสติก?

หลายคนอาจจะสงสัยว่า ทำไมเราต้องเลิกใช้ถุงพลาสติกด้วย เพราะใช้กันมานานแล้ว มีเหตุผลอะไรต้องให้มาเลิกใช้ตอนนี้ ซึ่งทุกวันนี้ถุงพลาสติกถูกใช้ในทุกที่ในชีวิตประวันของเรา จนเกือบเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตไปแล้ว แม้ว่าจะกลายเป็นขยะมากมาย โดยสาเหตุที่ประเทศต่างๆ ออกมารณรงค์ให้เลิกใช้ถุงพลาสติก ก็คือ

1.ขยะพลาสติกใช้เวลายาวนานกว่าจะย่อยสลาย ถุงพลาสติกหนึ่งถุงใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 500-1,000 ปีในการย่อยสลาย คิดดูสิว่าเราตายไปแล้วหลายร้อยปี ถุงพลาสติกที่ใช้ตอนเรามีชีวิตอยู่ ยังย่อยสลายไม่หมดเลย

2. ขยะพลาสติกปนเปื้อนในแหล่งอาหาร นี่เป็นปัญหาที่สำคัญและร้ายแรงที่สุดก็ว่าได้ ด้วยขยะพลาสติกจะไม่สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ (Non biodegradable) แต่มันจะผ่านกระบวนการ Photodegradation คือการแตกตัวเป็นอนุมูลพลาสติกขนาดเล็กๆ (Microscopic) ที่จะปนเปื้อนอยู่ในพื้นดินและแหล่งน้ำ หากมันอยู่ในทะเล อนุมูลพลาสติกเล็กๆ นี้ ก็จะถูกกินโดยปลาและสัตว์ทะเลต่างๆ ที่เป็นแหล่งอาหารของมนุษย์

3. ขยะพลาสติกเป็นปัญหาคุกคามชีวิตสัตว์ทะเลต่างๆ ข้อมูลจาก Marrickville Council ของประเทศออสเตรเลีย พบว่าขยะพลาสติกเป็นสาเหตุของการตายของสัตว์เป็นแสนตัว รวมถึงปลาวาฬ เต่าทะเล ปลาทะเล และนกทะเลต่างๆ จากการกินขยะพลาสติกเข้าไป และการถูกขยะพลาสติกรัดจนขาดอากาศ

4. การรีไซเคิลขยะพลาสติกเป็นเรื่องยาก ข้อมูลจาก EPA (U.S. EnvironmentL Protection Agency) พบว่า ในปี 2015 สหรัฐอเมริกา มีการใช้ถุงพลาสติกประมาณ 102.1 พันล้านถุง ต่อปี แต่จำนวนถุงพลาสติกที่ถูกนำไปรีไซเคิล มีแค่ 9.1% เท่านั้น เนื่องจากเครื่องจักรในการแยกขยะถุงพลาสติกจากขยะอื่นๆ ในโรงงานรีไซเคิล ยังไม่เอื้ออำนวย และมีขั้นตอนยุ่งยาก บางทีถุงเข้าไปพันกับเครื่องจักรเกิดความเสียหายก็มี ด้วยเหตุนี้ ร้านค้าปลีกหลายแห่งจะจัดให้มีถังรับคืนถุงพลาสติกใช้แล้วจากลูกค้า เพื่อความสะดวกให้การจัดแยกขยะจำพวกนี้ และความที่ย่อยสลายยาก การกำจัดขยะพลาสติกอีกทางคือการเผา แต่ผลเสียของมันร้ายแรงนัก เพราะถุงพลาสติกมีส่วนผสมของสาร Polyethylene การเผาพลาสติกจะทำให้เกิดการปล่อยสารพิษกลับสู่สิ่งแวดล้อม ซึ่งนับเป็นมลพิษทางอากาศอย่างหนึ่ง

ทีนี้มาดูกันว่าในอเมริกาเขารณรงณ์ให้ประชาชนเลิกใช้ถุงพลาสติก ที่ก่อให้เกิดปัญหามากมายตามที่กล่าวมาข้างต้นอย่างไร เพื่อให้คนหันมาใช้ถุงทางเลือก เช่น ถุงผ้าลดโลกร้อน หรือการนำถุงพลาสติกแบบหนาที่สามารถใช้ซ้ำได้หลายครั้ง (Reusable Shopping Bags) ไปใส่ของเองเวลาช้อปปิ้ง

 

 

เลิกใช้ถุงพลาสติก ยืดอกพกถุง (ผ้า) ดีอย่างไร?

1. ช่วยให้ประหยัด ร้านค้าส่วนใหญ่ในรัฐแคลิฟอร์เนีย จะถามลูกค้าตอนจ่ายเงินว่า “คุณต้องการถุงใส่ของด้วยไหม” นั่นเพราะว่า กฎหมายของรัฐแคลิฟอร์เนียกำหนดห้ามร้านค้าใช้ถุงพลาสติก แต่หากลูกค้าต้องการใช้ถุงพลาสติก หรือถุงกระดาษที่ร้านค้ามีไว้ให้ เพราะบางกรณีลูกค้าอาจลืมเอาถุงมาจากบ้าน หรือเพราะความสะดวกและเหตุผลต่างๆ ลูกค้าจะต้องยินยอมจ่ายค่าถุงเองอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 10 เซนต์ต่อใบ ทำให้ส่วนมากคนจะนำถุงไปเอง มีถุงช้อปปิ้งใบใหญ่ติดรถไว้เสมอ บ้างก็มีถุงที่พับได้ใส่กระเป๋าไว้ หรือถ้าของชิ้นเล็กๆ ที่ไม่มีความจำเป็นต้องใส่ถุง ซื้อเสร็จก็เดินถือของออกมาเลย คิดดูว่าถ้าคุณต้องจับจ่ายซื้อของอย่างน้อยอาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง และครั้งหนึ่งต้องใช้ถุงไม่ต่ำกว่า 1 ใบ เงินไม่กี่เซนต์ก็สะสมพอกพูนเป็นเงินจำนวนมากได้ ถ้าคุณเอาถุงไปใส่เองทุกครั้งที่ซื้อของ คุณจะประหยัดเงินจำนวนนี้ไปได้เลยทีเดียว

2. ส่วนลดที่จะได้รับ ร้านค้าปลีกหลายร้านในแคลิฟอร์เนีย จูงใจลูกค้าโดยการมอบส่วนลดให้กับลูกค้าที่นำถุงช้อปปิ้งมาใส่ของที่ซื้อกลับบ้านเอง หรือนโยบาย “B.Y.O.B” Bring Your Own Bag เช่น ร้าน Target จะให้ส่วนลด 5 เซนต์ต่อถุงที่นำมาใช้, ร้าน Whole Foods Market ให้ส่วนลดสูงถึง 10 เซนต์ ซึ่งจะแตกต่างกันไปในแต่ละสาขา, ร้าน Trader Joe’s ให้ส่วนลดแตกต่างกันไปในแต่ละสาขาเช่นกัน, ร้าน Ralphs ให้เป็นคะแนนสะสม 5 แต้ม ต่อ 1 ถุงที่ลูกค้านำมาใช้ แต่ไม่เกิน 10 ถุงต่อการช้อปปิ้งแต่ละครั้ง, ร้าน Sprouts และ ร้าน Foodland เอง ก็มีนโนบายส่วยลดนี้แตกต่างกันไปในแต่ละสาขาด้วย

3. ผลดีต่อสิ่งแวดล้อม หากคนหนึ่งคนใช้ถุงผ้าลดโลกร้อน หรือถุงพลาสติกที่สามารถใช้ซ้ำได้ ในช่วงอายุของเขา จะลดปริมาณขยะถุงพลาสติกลงจากสิ่งแวดล้อมถึง 22,000 ใบ เลยทีเดียว

4. ผลดีในการทำการตลาด หลายหน่วยงาน ห้างร้าน หรือบริษัทต่างๆ ก็รณรงค์เรื่องนี้ มีการแจกถุงผ้า หรือถุงที่สามารถใช้ซ้ำได้ ที่ออกแบบอย่างสวยงาม ทันสมัย มีโลโก้ของบริษัทนั้นๆอยู่ด้วย บริษัทที่มีการรณรงค์ รักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเหล่านี้มักจะเป็นที่ยอมรับและกล่าวถึงของประชาชนโดยทั่วไป ถือเป็นการทำการตลาดที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่ง

“การลดและเลิกใช้ถุงพลาสติก” นับเป็นจุดเริ่มต้นง่ายๆ ที่เราทุกคนสามารถทำได้ ในการใส่ใจและหันมาดูแลธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อปกป้องโลกของเราให้สวยงามไร้มลพิษ ซึ่งอาจจะยากและวุ่นวายสักหน่อยตรงจุดเริ่มต้น แต่เมื่อเวลาผ่านไป เรามีความคุ้นเคยกับการยืดอกพกถุง (ผ้า) การเปลี่ยนแปลงนี้ก็จะกลายเป็นเรื่องธรรมดาในชีวิตประจำวันไปโดยปริยาย

รายงานจาก: คาร่า แคลิฟอร์เนีย Kala California

Share: