ผสาน “Design Thinking”ต่อยอดธุรกิจครอบครัว

303
0
Share:

“จินตนาการสำคัญกว่าความรู้” วลีอมตะของนักวิทยาศาสตร์ชื่อก้องโลก“อัลเบิร์ต ไอสไตน์”ที่เราเห็นกันอยู่บ่อยครั้งบนหน้าฟีดของสังคมออนไลน์นี้ คือวลีเด็ดที่เข้าไปจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ให้กับทายาทรุ่นที่3 ของธุรกิจอพาร์ทเม้นท์ให้เช่ากับแนวคิดที่จะดึงจินตนาการและความคิดนอกกรอบของตนเองที่มีอยู่ไปพัฒนาให้เกิดเป็นสิ่งใหม่เพื่อจะสามารถเข้าไปต่อยอดธุรกิจของครอบครัวให้เติบโตได้อย่างแตกต่าง

เจ้าของความตั้งใจดังกล่าว คือ “บอนเน่” หรือ “สุมิตา จันทโร” ทายาทรุ่น 3 ของธุรกิจอพาร์ทเม้นท์ให้เช่าของครอบครัวที่มีมานานกว่า 27 ปีแล้ว และในวันนี้ บอนเน่ อยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมของตัวเองเพื่อเข้าไปรับช่วงต่อในการบริหารธุรกิจอย่างเต็มตัวเป็นธุรกิจอพาร์ทเม้นท์ให้เช่าที่เริ่มบุกเบิกมาตั้งแต่สมัยอากงของเธอเอง จนปัจจุบันมีอยู่ 5 อาคารด้วยกันในย่านสุขุมวิท ลาดพร้าว และรามคำแหง

“ตึกแรกบุกเบิกมาโดยอากงค่ะ ซึ่งตอนนี้ท่านอายุ 89 ปีแล้ว ในเวลานั้นท่านเห็นว่ายังไม่มีใครทำธุรกิจนี้ จึงเริ่มต้นด้วยการลงทุนสร้างตึกทำเป็นอพาร์ทเม้นท์ให้เช่าเอง จากนั้นเพื่อร่นระยะเวลาในการก่อสร้างและการขอใบอนุญาติจึงเปลี่ยนวิธีการลงทุนมาเป็นการซื้อกิจการต่อแล้วนำมาบริหารเองและคนที่เข้ามาบริหารธุรกิจต่อจากอากงก็คืออาอี๊ส่วนบอนเน่เมื่อใดที่เข้ามารับช่วงต่อธุรกิจก็คิดว่าจะต้องขยายให้เติบโตต่อเนื่องไปอีก ซึ่งถือเป็นเรื่องท้าทายสำหรับตัวเองพอสมควร” บอนเน่ เล่า

ทั้งนี้ การขยายธุรกิจให้เติบโตต่อเนื่องตามแนวคิดของเธอนั้น คือการซื้อตึกเข้ามาบริหารเพิ่มเติมตามรอยของอากงที่ทำมาก่อนหน้าจนประสบความสำเร็จ และการต่อยอดธุรกิจจาก “อพาร์ทเม้นท์ให้เช่า” พัฒนาไปเป็น “บูทีคโฮเทล” ในบางทำเลที่เหมาะสม เพื่อฉีกแนวธุรกิจออกมารองรับกับธุรกิจการท่องเที่ยวที่กำลังเติบโตโดยไม่จำเป็นต้องเข้าไปแข่งขันกันด้านราคาห้องเช่าในภาวะที่ตลาดห้องพักให้เช่ากำลังมีการแข่งขันสูงขึ้นมากในปัจจุบัน

นอกจากนี้ ยังมุ่งมั่นที่จะพัฒนานวัตกรรมบริการใหม่ ๆ ใส่เข้าไปในธุรกิจอพาร์ทเม้นท์ให้เช่า ธุรกิจที่หลายคนอาจมองว่าเป็นธุรกิจธรรมดา ๆ แต่สำหรับตัวเธอแล้ว มีความคิดอยากจะทำในสิ่งไม่ธรรมดาให้เกิดขึ้น

“ธุรกิจอพาร์ทเม้นท์ให้เช่า หลายคนอาจบอกว่าแล้วไง! ก็แค่ธุรกิจห้องให้เช่ารายเดือน แต่จริงๆ แล้วตัวเองมองว่าไม่ใช่แค่นั้น เพราะเราสามารถนำบริการที่จะสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้กับลูกค้ามาใช้กับธุรกิจนี้ได้เช่นกัน เช่น เวลคัม ดริ๊ง ที่จะให้ลูกค้าเกิดความรู้สึก ว๊าว! ได้แม้จะเป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ตาม หรือแม้แต่การพัฒนาแอพพลิเคชั่น ให้ลูกค้าได้ชมห้องจากระยะไกลโดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง และสามารถเช็คสถานะว่ามีห้องว่างพร้อมให้เช่าหรือไม่ แบบใด และประเภทใดเป็นต้น” บอนเน่ กล่าว

เหตุผลหลักนั้น เป็นเพราะตัวเธอเองไม่ต้องการนำพาธุรกิจของครอบครัวเข้าสู่การเขตอันตรายที่เรียกว่า “เรด โซน” ซึ่งถือกันว่าเป็นช่วงธุรกิจขาลง แต่ต้องการพัฒนาและต่อยอดให้กิจการเติบโตต่อเนื่อง สามารถส่งต่อธุรกิจให้กับทายาทในรุ่นต่อ ๆ ไปได้อีกขณะเดียวกันยังมองว่าการแข่งขันในปัจจุบันควรต้องแข่งขันในด้านการบริการและการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ๆ มากกว่าการลดคุณภาพสินค้า ลดราคาค่าเช่า หรือตัดราคากันเพื่อแย่งชิงลูกค้า

จากความมุ่งมั่นในการเข้าไปรับช่วงบริหารธุรกิจของครอบครัวและต้องการต่อยอดธุรกิจให้เติบโตอย่างต่อเนื่องนั้น ทำให้ บอนเน่ สนใจหาความรู้เพิ่มเติมเพื่อหวังทำให้ความปรารถนาของตนเองเป็นจริง ด้วยการเข้าร่วมอบรมในหลักสูตร LEAN Quick Win หลักสูตรเวิร์คชอปแบบเข้มข้นที่สอนเทคนิคการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ตามแนวทาง Design Thinking และการเพิ่มประสิทธิภาพองค์กรให้กับเอสเอ็มอีไทยโดยเฉพาะ ซึ่งอยู่ภายใต้โครงการ LEAN Supply Chain by TMB

บอนเน่เล่าว่า ตัวเธอเองจบการศึกษามาทางด้านนิเทศศาสตร์ และได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์มาระยะหนึ่งในการเป็นผู้ประกาศข่าวทางสถานีโทรทัศน์ช่อง Tnn24 ปัจจุบันยังมีธุรกิจส่วนตัวในการรับจัดงานอีเว้นท์ และรับงานพิธีกรสองภาษาคือภาษาไทยและภาษาอังกฤษ แต่ยังไม่เคยมีประสบการณ์ในด้านการบริหารธุรกิจมาก่อนเลย

“ที่ผ่านมาคือตัวบอนเน่เองไม่มีความรู้และประสบการณ์ด้านการบริหารธุรกิจมาก่อนเลย จึงเปรียบตัวเองเหมือนกับแก้วเปล่าที่พร้อมรับการเติมเต็มความรู้ใหม่ ๆ เข้ามา และเมื่อมาเข้าร่วมคอร์สอบรมในครั้งนี้ทำให้ได้เจอผู้คนในสายงานเดียวกัน มีโอกาสให้เรียนรู้จากพวกเขา ได้เจอเพื่อนใหม่ที่มีอุดมการณ์เดียวกัน และคอร์สนี้เองที่สอนเรื่อง Design Thinking ซึ่งคิดว่าน่าจะสามารถนำไปต่อยอดกับสิ่งที่เรามีได้” บอนเน่ กล่าว

เธอขยายความให้ฟังอีกว่า ก่อนหน้าที่จะเข้ามาเรียนนั้น ตนเองก็พอจะมีความคิดอยู่บ้างว่าอยากทำอะไรให้กับธุรกิจอพาร์ทเม้นท์ให้เช่า แต่ก็เป็นเพียงแค่ความคิดที่มองว่าสะเปะสะปะ ไม่เป็นรูปเป็นร่าง และเมื่อมาเรียนเข้าจริง ๆ ทำให้เราเข้าใจมากขึ้นว่า การที่เรามีจินตนาการ หรือมีความคิดอะไรที่ยากจะเป็นจริง เป็นความคิดตลก ๆ หรือเป็นความคิดออกแนวแผลงๆ แต่ความคิดเหล่านี้แหละที่อาจจะนำไปพัฒนาต่อยอดและทำให้เกิดขึ้นจริงได้

“ถือว่าตัวเองโชคดีด้วยที่เติบโตเข้ามาในยุคซึ่งคาบเกี่ยวระหว่างยุคเก่าและยุคดิจิทัล ทำให้สามารถเรียนรู้ได้เร็ว” เธอกล่าว และยังบอกอีกว่า

การมาเรียนในคอร์สนี้ ทำให้สามารถปลดปล่อยจินตนาการของตนเอง ขณะเดียวกันก็มีคนคอยสนับสนุนเราว่า จริง ๆ แล้วสิ่งที่เราคิดขึ้นมาเล่น ๆ นั้น สามารถเกิดขึ้นและเป็นจริงขึ้นมาได้และให้เราลองสร้างเป็นต้นแบบขึ้นมา ซึ่งนั่นก็ทำให้ได้เรียนรู้ว่าจะสามารถนำไปต่อยอดกับธุรกิจของตนเองได้อย่างไรด้วย ต่างจากที่เคยเรียนในห้องเรียนปกติที่มักจะมีกรอบและให้เราคิดตามกรอบเท่านั้น

และด้วยจินตนาการที่จะถูกพัฒนาขึ้นเป็นความคิดสร้างสรรค์ต่อยอดเป็นนวัตกรรมหรือไอเดียธุรกิจใหม่นี้กำลังจะทำให้ธุรกิจดั้งเดิมอย่างธุรกิจอพาร์ทเม้นท์ให้เช่าสามารถที่จะเติบโตได้อย่างแตกต่างภายใต้การบริหารของนักธุรกิจรุ่นใหม่ “สุมิตา จันทโร” อย่างแน่นอน

 

Share: