“ยกระดับองค์กร เสริมแกร่ง พุ่งเป้ารับงานภาครัฐ” เส้นทางปรับตัวหลังโควิดของ WGE  

515
0
Share:

การเข้ามาของไวรัสวายร้าย “โควิด –19” ส่งผลกระทบต่อทั้งชีวิตผู้คนและเศรษฐกิจทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทย ต่างต้องพากันปรับตัวไม่มากก็น้อย ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างก็เช่นกัน เมื่อการลงทุนภาคเอกชนสะดุด ก็จำเป็นต้องขยับปรับเปลี่ยนหันมารับงานภาครัฐมากขึ้น

เว็บไซต์ bizbug.co มีโอกาสพูดคุยกับ “เกรียงศักดิ์ บัวนุ่ม” ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เวล เกรด เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ WGE ผู้ให้บริการรับเหมาก่อสร้างอาคาร และสิ่งปลูกสร้างประเภทต่าง ๆ ทั้งคอนโดมิเนียมแนวราบและแนวสูง โรงพยาบาล อาคารสำนักงาน ครอบคลุมงานวิศวกรรมโยธา งานระบบวิศวกรรมประกอบอาคารและงานภูมิสถาปัตย์ ตลอดจนงานก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคตามแบบที่ลูกค้ากำหนด

“เกรียงศักดิ์” ยอมรับว่า สถานการณ์โควิดส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจรุนแรงมาก ทำให้ภาคเอกชนอยู่ในภาวะที่ไม่แตกต่างกัน จะลงทุนอย่างระมัดระวังต้องมั่นใจจริง ๆ จึงตัดสินใจลงทุน ส่งผลให้ผู้ประกอบการธุรกิจรับเหมาก่อสร้างต้องปรับตัวหันไปรับงานภาครัฐมากขึ้น ซึ่ง WGE ก็เป็นหนึ่งในบริษัทที่ต้องปรับตัวในทิศทางเดียวกัน เนื่องจากประเมินสถานการณ์แล้วว่าแม้ปัจจุบันสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิดในประเทศไทยจะมีทิศทางที่ดีขึ้น ประชาชนมีความเข้าใจ และรู้จักวิธีป้องกันความเสี่ยงกันมากขึ้น ขณะที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เริ่มเดินหน้า เปิดขายโครงการทำการตลาดเกือบจะเข้าสู่ภาวะปกติ โดยเฉพาะผู้พัฒนาโครงการอสังหาฯระดับบิ๊กเนมกล้าที่จะลงทุนตามแผนงานที่วางไว้ แต่ก็มองว่างานในส่วนของภาครัฐยังมีการลงทุนและโครงการก่อสร้างมากกว่า

“ตอนนี้โครงการก่อสร้างบ้านและคอนโดมิเนียมเริ่มกลับมา เราได้รับเรียกเข้าไปรับงานของลูกค้าภาคอสังหาริมทรัพย์มากขึ้น จากเดิมที่ลูกค้าที่จะซื้อบ้านอาจลังเลใจไม่กล้าตัดสินใจซื้อ แต่เราก็ยังต้องปรับตัว มองว่าต้องปรับพอร์ตเพื่อรับงานราชการมากขึ้น ถ้าฐานของเราแข็งแกร่งด้านการเงินมีระดับหลักพันล้านบาท ก็จะรับงานขนาดใหญ่ได้เพิ่มมากขึ้น งานโครงการก่อสร้างโรงพยาบาลมีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง เราเป็นผู้ให้บริการรับเหมาก่อสร้างมายาวนานกว่า 10 ปี มีจุดเด่นด้านการบริหารจัดการต้นทุนที่ดี ป้องกันความเสี่ยงโดยมีลูกค้ากระจายอยู่ทั่วประเทศ ไม่ให้กระจุกตัว แต่ปีนี้จำเป็นต้องเพิ่มพอร์ตลูกค้างานราชการ เพราะยังมีงานออกมาต่อเนื่อง อีกทั้งงานภาครัฐก็มีความแน่นอนมากกว่า”

หลังสถานการณ์โควิดคลี่คลาย แต่ภาคธุรกิจอาจเผชิญความเสี่ยงใหม่อีกปัจจัยนั่นคือ สถานการณ์การเมือง ซึ่งในส่วนของธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง โดยเฉพาะ WGE ผู้บริหารมั่นใจว่า น่าจะได้รับผลกระทบน้อย เพราะโครงการส่วนใหญ่เป็นโครงการที่วางแผนล่วงหน้าและมีการจัดสรรงบประมาณไว้แล้ว การปรับพอร์ตจับงานภาครัฐฯมากขึ้น จึงไม่สร้างความกังวลแต่มองว่าน่าจะเป็นโอกาสสำหรับ WGE ที่จะเติบโตมากขึ้นในอนาคต

“ผมไม่กังวลเรื่องสถานการณ์การเมือง มองว่ายังไงงานภาครัฐฯก็ต้องเดินหน้าต่อ ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร ขณะที่เรามีประวัติในการรับงานที่ดี มีผลงานในระดับแนวหน้าให้พิจารณา ส่วนงานที่ต้องมีการจัดชั้นผู้รับเหมา แม้ตอนนี้เราจะยังไม่พร้อมมากนัก แต่ในอนาคตเมื่อเราใหญ่ขึ้น มีเงินทุนมากขึ้น รับงานใหญ่ได้มากขึ้น เราจะสามารถอยู่ในชั้น 1 ของผู้รับเหมาที่พร้อมเข้าไปรับงานที่มีการจัดชั้นผู้รับเหมาได้”

ท่ามกลางการปรับตัวและเตรียมความพร้อมด้านฐานเงินทุนให้มีความแข็งแกร่ง เพื่อเพิ่มศักยภาพในการรับงาน ผู้บริหาร WGE ตัดสินใจเลือกตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เป็นแหล่งระดมทุน ด้วยการเสนอขายหุ้นให้กับประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) และนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เนื่องจากมองว่าเป็นแหล่งระดมทุนที่ดีแหล่งหนึ่ง นอกเหนือจากการกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงิน หรือ นาคารพาณิชย์ แม้ว่าปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จะอยู่ในระดับต่ำมาก แต่หากต้องการเป็นที่ยอมรับทั้งด้านมาตรฐานบัญชี ความเป็นมืออาชีพของผู้บริหาร การสร้างบรรษัทภิบาลที่ดี ทางเลือกนี้น่าจะตอบโจทย์ได้มากกว่า แม้ต้องยอมรับว่าต้นทุนน่าจะสูงกว่าการกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงิน

WGE จะเข้าประมูลงานทั้งภาครัฐฯและเอกชนปีละ 4-5 พันล้านบาท ในอดีตจะรับรู้รายได้ประมาณ 2 พันล้านบาทต่อปี แต่การปรับตัวท่ามกลางสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป ทำให้เราตัดสินใจที่จะขายหุ้นเพื่อเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อยกระดับมาตรฐานองค์กรให้มีการบริหารงานอย่างมืออาชีพ เพิ่มความเชื่อมั่นแก่คู่ค้า”

WGE จะเสนอขายหุ้นให้กับประชาชนทั่วไปครั้งแรก หรือ IPO จำนวน 160 ล้านหุ้น คิดเป็น 26.67% ของหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมด แบ่งเป็นส่วนใหญ่ขายให้ประชาชนประมาณ 155 ล้านหุ้น ที่เหลือขายให้กรรมการบริษัทประมาณ 5 ล้านหุ้น โดยมีบริษัทคันทรี กรุ๊ป แอ๊ดไวเซอรี่ จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน คาดว่าน่าจะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯได้ในเดือนตุลาคม หรือช่วงไตรมาส 4 ปีนี้ ซึ่งบริษัทได้ยื่นข้อมูลเพื่อขอเสนอขายหุ้น (ไฟลิ่ง) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) เรียบร้อยแล้ว

สำหรับเงินที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้ จะสร้างโอกาสให้กับบริษัทในการเติบโตและรองรับแผนการรับงานในอนาคต การขยายคลังสินค้า ซื้อเครื่องจักร อุปกรณ์สำหรับใช้ในงานก่อสร้าง ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ และยังสามารถรับงานใหญ่ได้เพิ่มขึ้น ขณะที่ผู้ถือหุ้นก็น่าจะได้รับผลตอบแทนที่ดีด้วย

 

โดย…ศรัญญา สุขสมกิจ

Share: