วิธีลด “ความเยอะ” ของตัวเอง

527
0
Share:

ถ้ามีคนมาบอกคุณว่า คุณเรื่องเยอะ ปัญหาก็เยอะ คุณจะมีวิธีจัดการความเยอะของคุณอย่างไร ความเยอะของคน วัดจากอะไร คนบางคนมีขีดจำกัดในการรับมือกับบางเรื่องได้ไม่เท่ากัน บางคน ขี้รำคาญในบางเรื่อง ในขณะที่อีกคนบอกว่าจิ้บๆ แล้วความพอดีมีมาตรฐานมันอยู่ตรงไหน

 

 

กัลยา แก้วประเสริฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มิส คอนซัลท์ จำกัด กล่าวว่า ส่วนมากแล้ว คนเราเมื่อต้องการแสดงความคิดเห็นหรือมีความต้องการที่จะชี้นำเพื่อมุ่งผลสัมฤทธิ์ เรามักจะมองแต่ในมุมของเรา จนละเลยความรู้สึกหรือความเห็นของคนอื่น จนเกินความพอดี และในบางครั้งเราก็ไม่รู้ตัว ว่าไปทำให้คนอื่นว้าวุ่นหรือเปล่า ดังนั้นสิ่งที่ควรทำสิ่งแรกเลยคือ “การปรับสมดุล” ของตัวคุณเอง หลักการมีง่ายมาก คือ

เราต้องเข้าใจตัวเอง.. ทำความเข้าใจในบุคลิกของตนเอง ในขณะเดียวกันก็ต้องเข้าใจบุคลิกของบุคคลอื่นเช่นกัน การที่เราจะประสบความสำเร็จในการสื่อสาร เราต้องปรับตัวเพื่อให้สอดคล้องกับผู้ฟัง ดังนั้นการที่เรารู้ว่าผู้ฟังเป็นคนบุคลิกภาพแบบใด ย่อมทำให้เราหาวิธีที่จะสื่อสารได้อย่างราบรื่นและเข้าใจกันได้มากขึ้น

หัดสังเกตุคน.. คนที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่รู้จักสังเกตคน ทั้งอากัปกิริยา การแต่งกาย วิธีการพูดจา และก็ควรสังเกตพฤติกรรมของเราเองด้วยว่า พฤติกรรมอะไรของเรา ที่ไปกระตุ้นความคิดของผู้อื่นให้เกิดความเข้าใจผิดขึ้นได้ เพราะสมองคนมักคิดลบโดยอัตโนมัติ และการคิดลบจะจำกัดศักยภาพของคน แทนที่เราจะคุยกันด้วยความเข้าใจ กลับกลายเป็นไม่อยากเข้ามาคุยด้วย ปิดหนทางความคิดสร้างสรรค์และความสัมพันธ์ที่ดี

หยุดความคิดที่ว่าทำไมเค้าไม่เหมือนเรา.. ควรยอมรับความจริงว่าคนเราต่างกัน มีความคิดและบุคลิกภาพที่แตกต่าง ไม่มีใครผิด และไม่มีใครถูก แล้วเราก็ควรใช้ความต่างนั้นให้เป็นประโยชน์ การเกิดความขัดแย้ง มันจะก่อให้เกิดทางออกทางใหม่ ที่อาจจะดีกว่าเดิม

เชื่อว่าคนเราเปลี่ยนแปลงได้.. และการเปลี่ยนแปลงของคนเราขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม ที่มีส่วนหล่อหลอมให้บุคคลนั้นเปลี่ยนพฤติกรรมและบุคลิกภาพ เราเองก็เปลี่ยนได้บุคลิกภาพของคนเรามีผลต่อความสัมพันธ์ ถ้าเราอยากได้ใจคนอื่น หน้าที่เราคือตอบสนองให้ผู้อื่นให้ได้อย่างใจที่ต้องการ

โดยหลักการ EverythingDiSC แบ่งบุคลิกภาพคนออกเป็น 4 ประเภทที่ไม่เหมือนกัน การที่เราจะสื่อสารหรือตอบสนองให้ได้ใจของคนแต่ละประเภทนั้น วิธีการก็แตกต่างกัน มีข้อแนะนำสำหรับการถามคำถามเพื่อให้ได้ใจและความร่วมมือจากคนแต่ละบุคลิกภาพ ดังนี้

ถ้าเราเจอคนที่เป็นบุคลิกภาพแบบ D Dominance ที่เป็นคนตรงไปตรงมา มั่นใจ กล้าเผชิญหน้า ทำงานเร็ว สิ่งที่เราควรตอบสนองต่อคนเหล่านั้นด้วยคำถามที่ตรงจุดว่าจะ “ให้ทำอะไร?” เพื่อให้ได้ “ผลลัพธ์” และถ้าใส่ความท้าทายลงไปด้วย คนบุคลิกภาพนี้จะยิ่งชอบ

ถ้าคนบุคลิกภาพแบบ I Influence ที่เป็นคนช่างพูด ช่างเจรจา เปิดเผย ชอบเข้าสังคมพบปะผู้คน สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญกับคนบุคลิกแบบนี้ด้วยคำถามคือ “ใครบ้างที่มีส่วนเกี่ยวข้อง?” เพื่อก่อให้เกิดความร่วมมือ คนบุคลิกภาพแบบนี้จะกระตือรือร้นและให้ความร่วมมืออย่างรวดเร็ว

สำหรับคนที่มีบุคลิกภาพแบบ S Steadiness ที่เป็นคนใจเย็น อดทน เห็นอกเห็นใจ เป็นผู้ฟังทีดี สุภาพอ่อนน้อม ให้ความร่วมมือ สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญคือรายละเอียดขั้นตอนดังนั้นคำถามที่เหมาะสมสำหรับคนบุคลิกนี้คือ “ควรทำอย่างไร ?” เพื่อแสดงความสนใจและให้การสนับสนุน

สำหรับคนทีมีบุคลิกภาพแบบ C Conscientiousness ที่เป็นคนมีระเบียบ มีมาตรฐาน ต้องการความถูกต้องแม่นยำ ชอบคิดวิเคราะห์ เน้นเหตุผล สิ่งที่คนบุคลิกนี้ชอบคือการอธิบายและให้รายละเอียด เพื่อวิเคราะห์ ดังนั้น คำถามที่เหมาะสมสำหรับบุคลิกนี้คือ “ทำไมต้องทำ ?” แล้วคุณจะได้คำตอบแบบที่ไม่ต้องถามซ้ำอีกเลย

สิ่งที่จะทำให้คุณได้ใจคนอีกเรื่อง คือ “การให้แรงเสริม” สายตาของคุณต้องมองหาแต่สิ่งที่ดีในตัวของผู้อื่น การมองหาด้านที่ดีของคน จะช่วยให้เห็นคุณค่าและสร้างให้เกิดความชุ่มชื่นหัวใจทั้งสองฝ่าย การฝึกให้ตัวเองเป็นคนช่างสังเกต และมองคนในด้านบวก จะช่วยลด “ความเยอะ” ของคุณในสายตาของคนอื่นไปได้อย่างถาวร

สนใจข้อมูลเกี่ยวกับการพัฒนาเพื่อความสำเร็จในชีวิตด้วยหลักการประเมินบุคลิกภาพด้วยเครื่องมือ EverythingDiSC ได้ที่ www.missconsult.com

เรื่อง : อนุสรา ทองอุไร / ภาพ: pixabay

Share: