สาวๆ ระวังไว้ถ่ายบ่อยๆ โรคริดสีดวงจะถามหา

219
0
Share:

เรามาถึงยุคที่วัยรุ่น วัยสาวน้อย สาวใหญ่ กลัวอ้วนกันสุดชีวิตจิตใจ ส่วนหนึ่งมาจากความคิดที่ว่าความอ้วนเป็นอุปสรรคของความสวยงามและความอ้วนจะนำมาซึ่งโรคภัยต่างๆได้ในท้ายที่สุด ดังนั้นคุณสาวน้อยสาวใหญ่จึงพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตราฐาน ถ้าดูแลด้วยการควบคุมอาหาร เสริมด้วยการออกกำลังกายก็ดีไป แต่บางคนจะหาตัวช่วยที่ผิดๆ เช่น ดื่มชา หรือ อาหารเสริมบางชนิดที่ช่วยเร่งการขับถ่าย เมื่อถ่ายบ่อยก็จะทำให้ดูเหมือนน้ำหนักลดลง เพราะร่างกายสูญเสียน้ำออกไปมากเกินจริง ซึ่งถือว่าเป็นวิธีการที่ไม่ถูกต้อง ไม่เป็นมิตรกับสุขภาพในระยะยาว

 

 

นพ.สุขประเสริฐ จุฑากอเกียรติ อายุรแพทย์โรคทางเดินอาหารและตับ รพ.เวชธานี ให้ความรู้ในเรื่องนี้ว่า การที่ร่างกายถ่ายบ่อยเกินไปนั้น จะส่งผลให้การโป่งพองของเส้นเลือดดำบริเวณทวารหนักเกิดการอักเสบบวมพองได้เพราะเกิดจากการใช้งานบริเวณนั้นมากเกินไป จนเกิดการเสียดสีซึ่งจะกลายเป็นโรคริดสีดวงทวารตามมาได้ แม้จะเป็นการถ่ายเหลวไม่ต้องอาศัยแรงเบ่งมากนักก็ตาม

สำหรับในภาวะปกติของร่างกายนั้นคนเราจะถ่ายเพียงวันละ 1-2 ครั้งเช้าเย็น และมากสุดไม่ควรเกินวันละ 3 ครั้ง การถ่ายบ่อยๆไม่ใช่เรื่องดีกับสุขภาพ ถึงแม้ว่าจะเป็นการถ่ายเหลวโดยไม่ต้องใช้แรงเบ่งก็ตาม เนื่องจากการเข้าไปนั่งบนโถชักโครกบ่อยเกินไปจะทำให้มีสภาวะของการเบ่งถ่ายให้หูรูดเปิด เป็นการเพิ่มความดัน เพื่อให้มีการถ่ายอุจจาระออกมา

“แม้จะไม่มีการออกแรงเบ่งแต่อย่างใดก็ตาม แต่การเข้าไปนั่งบนชักโครก มันคือการสร้างบรรยากาศให้ร่างกายรับรู้ว่าจะมีการปวดถ่ายตามมา ร่างกายจึงเตรียมรับการทำงานด้วยการเพิ่มความดันบริเวณหูรูดทวารรอเตรียมพร้อมไว้โดยอัตโนมัติ อีกทั้งการดื่มชาหรืออาหารเสริมอื่นใดก็ตาม เป็นการเร่งให้กระบวนการทำงานในการขับถ่ายผิดเพี้ยนไป เพราะโดยปกติอาหารรับประทานเข้าไปจะอยู่ในกระบวนการย่อยอย่างน้อย 48 ชั่วโมงคนปกติจึงมักถ่ายเพียงวันละ 1 ครั้ง หรือ 2 ครั้ง เท่านั้น มากที่สุดนี่ไม่ควรเกิน3 ครั้งถ้าเกินถือว่ามีความผิดปกติ การกินเยอะไม่ได้หมายถึงต้องให้ถ่ายจำนวนครั้งเยอะตามไปด้วย” คุณหมอกล่าวอย่างห่วงใย

หากเราไปกินอะไรที่ช่วยเร่งการขับถ่ายให้เกิดเร็วขึ้น ถ่ายออกมาถี่ขั้น มันไม่ใช่ภาวะการทำงานที่ปกติของร่างกาย และจะทำให้ลำไส้ติดยาระบายต่างๆที่กินเร่งเข้าไป กล่าวคือหากวันใดไม่กินยาเร่งให้ช่วยการขับถ่าย ลำไส้ก็จะทำงานยากขึ้น ระบบในลำไส้ทำงานแปรปรวน จนเราถ่ายยากขึ้นตามไปด้วย ถ้าไม่กินยาช่วยระบายก็ไม่ถ่ายตามปกติอีกต่อไป ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุและจะส่งผลร้ายมากกว่าผลดี

ดังนั้นการกินยาระบายเพื่อช่วยเร่งการถ่ายให้เยอะขึ้น เพื่อเป็นตัวช่วยให้มีการถ่ายเยอะๆแล้วแลดูว่าน้ำหนักลดลงเพราะเอาน้ำออกจากร่างกายเกินจริง จึงไม่ถูกต้องเป็นการทำร้ายร่างกายทางอ้อมในที่สุดโรคริดสีดวงจะตามมาได้

หากอยากลดน้ำหนัก ก็ควรเลือกการรับประทานอาหารที่ถูกต้องให้ครบ 5หมู่ แล้วลดหลีกเลี่ยงหรือรับประทาน ไขมัน แป้ง ของหวาน ให้น้อยลง เน้นบริโภค ผักสด ผลไม้ ที่ไม่หวานมาก เช่น ฝรั่ง แตงโม แก้วมังกร ชมพู่ แคนทาลูป สับปะรด ผลไม้หวานๆก็เป็นนานๆทีอย่าบ่อยเกินไป เหล่านี้เป็นอาหารที่ดี และเป็นมิตรกับร่างกาย ก็คืออาหารไทยๆของไทยนั่นเอง เช่น น้ำพริกปลาทูกินเคียงกับผักสด แกงส้ม แกงจืด แกงเลียง แกงคั่ว ผัดกระเพรา ผัดผักต่างๆ เพราะอาหารไทยมีเครื่องเทศเยอะดีกับร่างกายช่วยเร่งการขับถ่ายให้อยู่ในภาวะสมดุลย์ที่ดีถ่ายได้ตามปกติวันละ 1-2 ครั้งถูกสุขลักษณะที่ดี

ส่วนอาหารที่ไม่แนะนำ เพราะทำให้การขับถ่ายไม่ดี ก็คืออาหารฝรั่ง อาหารจานด่วน อาหารฟาสฟู้ดทั้งหลาย มีกากใยน้อย ผ่านกระบวนการผลิตที่ซับซ้อน ที่มีแต่แป้ง ไขมัน ผ่านการทอด เช่น แฮม ไส้กรอก เบคอน เบเกอร์ มันฝรั่งต่างๆ อุดมด้วยไขมัน การทอดด้วยความร้อนสูง มีไขมันทรานส์ในการผลิต ล้วนไม่ดีกับระบบลำไส้และการย่อย ที่ททำให้ร่างกายทำงานหนัก ไม่ส่งเสริมการถ่ายที่ถูกต้อง

ที่สำคัญก็คือ ต้องทำควบคู่กับการออกกำลังกายให้ได้ 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์ อย่างน้อยครั้งละ 30 นาทีขี้นไป จะเป็นกีฬาประเภทไหนก็ได้ที่คุณชอบและเหมาะสมกับตัวเอง เช่น เดินรอบหมู่บ้าน เดินเร็ว วิ่ง ขี่จักรยาน ว่ายน้ำ โยคะ แบดบินตัน เทนนิส หรือ การเข้าฟิตเนท อะไรก็ได้ดีทั้งนั้น

เรื่อง : อนุสรา ทองอุไร ภาพ : Pixabay

Share: