หลังคาโซลาร์ SCG จับมือ Enphase นำเทคโนโลยีไมโครอินเวอร์เตอร์มาใช้ในตลาดงานบ้าน

150
0
Share:

ในยุคที่คนส่วนใหญ่ต่างให้ความสำคัญกับเรื่องเทคโนโลยีที่ช่วยตอบโจทย์ในด้านคุณภาพชีวิต อย่างเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียนที่กำลังเป็นเทรนด์ทั้งไทยและทั่วโลกให้ความสนใจและหันมานิยมใช้ “พลังงานสะอาด” หรือพลังงานทดแทนจากแสงอาทิตย์กันมากขึ้น เพื่อช่วยประหยัดรายจ่ายค่าไฟฟ้าในแต่ละเดือน นอกจากนี้ยังช่วยลดการก่อมลพิษในอากาศ จากการลดใช้พลังงานไฟฟ้า ยังช่วยลดระดับคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศ รวมไปถึงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ตลอดจนการนำทรัพยากรธรรมชาติกลับมาใช้ใหม่ให้เกิดการสมดุลอย่างยั่งยืน

นายธงชัย โสภณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสซีจี รูฟฟิ่ง จำกัด ในกลุ่มธุรกิจหลังคา เอสซีจี เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาด Solar Rooftop ในปัจจุบัน มีการเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมที่มีการผลักดันจากหลายภาคส่วนมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการลดต้นทุนที่ดีในการดำเนินธุรกิจ ส่วนในทิศทางของภาคครัวเรือน ได้มีการส่งเสริมนโยบายโครงการโซลาร์ภาคประชาชนอย่างจริงจัง โดยสนับสนุนให้มีการติดตั้งหลังคาโซลาร์ภาคครัวเรือน ผนวกกับเทคโนโลยีโซลาร์ที่มีการพัฒนาทำให้ราคาเข้าถึงง่ายขึ้น และสอดคล้องกับด้านพฤติกรรมผู้บริโภคที่ปรับตัวกับสถานการณ์โควิด-19 ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้คนส่วนใหญ่ทำงานที่บ้าน จึงมีการใช้ไฟฟ้าในช่วงกลางวันที่เพิ่มมากขึ้น

“เอสซีจี โซลาร์รูฟ โซลูชัน”  ในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมระบบหลังคาโซลาร์ สำหรับที่พักอาศัยพร้อมโซลูชันครบวงจร ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพ และยกระดับความปลอดภัยอีกขั้น โดยร่วมมือกับทาง Enphase Energy ผู้นำด้านเทคโนโลยีพลังงานของโลก ซึ่งถือเป็นอันดับ 1 ของตลาดไมโครอินเวอร์เตอร์ในสหรัฐฯ โดยได้เล็งเห็นถึงศักยภาพและร่วมกันนำเอาเทคโนโลยีไมโครอินเวอร์เตอร์ (Microinverter) พร้อมรุกตลาดโซลาร์ขยับสู่การเป็นผู้นำด้าน Residential Solar Market อย่างเต็มรูปแบบ ด้วยโซลูชันพลังงานสะอาดที่มีประสิทธิภาพสูง ซึ่งถือเป็นการยกระดับมาตรฐานของระบบหลังคาโซลาร์ในประเทศไทยขึ้นไปอีกขั้น

ด้าน Dave Ranhoff, Chief commercial Officer บริษัท Enphase Energy กล่าวถึงการร่วมมือในครั้งนี้ว่า มีความยินดีที่ได้ผนึกกำลังร่วมกับเอสซีจี ซึ่งถือเป็นบริษัทวัสดุก่อสร้างขนาดใหญ่และอยู่มาอย่างยาวนานที่สุดในประเทศไทย อีกทั้งเป็นยังถือเป็นผู้นำด้านพลังงานแสงอาทิตย์ในภูมิภาค ซึ่งไมโครอินเวอร์เตอร์ Enphase ตอบโจทย์เรื่องความคุ้มค่าของระบบโซลาร์ ในการแปลงกระแสไฟฟ้าโดยไม่ใช้กระแสไฟแรงดันสูง พร้อมกับมาตรฐานระบบการตัดไฟฉุกเฉินเมื่อระบบเกิดปัญหา โดยมุ่งหวังว่าการทำงานร่วมกันจะช่วยยกระดับความน่าเชื่อถือของเทคโนโลยีโซลาร์ในประเทศไทยได้เป็นอย่างดี

“สำหรับเทคโนโลยีไมโครอินเวอร์เตอร์ของ Enphase ซึ่งถือเป็นระบบที่ให้ความคุ้มค่าสูงสุด ด้วยระบบควบคุมการทำงานโซลาร์แบบรายแผง นอกจากนี้ยังมีระบบ Rapid Shutdown ปิดระบบการทำงานทันทีอย่างรวดเร็วตามมาตรฐานให้ความปลอดภัยสูงสุด ทั้งยังเชื่อมั่นว่าการเดินหน้าร่วมกับเอสซีจีในครั้งนี้ จะช่วยยกระดับมาตรฐานระบบหลังคาโซลาร์ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น พร้อมก้าวสู่การเป็นผู้นำในตลาดประเทศไทย”

“เอสซีจี โซลาร์รูฟ โซลูชัน ตั้งเป้าขยายการเติบโตสู่ตลาด Solar Rooftop สู่การเป็นผู้นำด้าน Residential Solar Market ในประเทศไทย โดยคาดว่าจะสามารถสร้างยอดขาย 300% จากปี 2021 รุกด้วยกลยุทธ์ Customer Database จากฐานข้อมูลเครือข่ายของเอสซีจีทั้งหมด ผนวกรวมกับพันธมิตรอย่าง Enphase Energy ผู้นำด้านเทคโนโลยีพลังงานไมโครอินเวอร์เตอร์ระดับโลก พร้อมชูจุดแข็งด้านการให้บริการและการดูแลหลังการขายจากผู้เชี่ยวชาญ ตั้งแต่การตรวจสอบความพร้อมของหลังคาก่อนติดตั้งโซลาร์ ออกแบบ ติดตั้ง และขออนุญาตกับภาครัฐให้อย่างครบวงจร เพื่อให้การติดโซลาร์ รูฟ เป็นไปตามมาตรฐานและปลอดภัยสำหรับผู้ใช้งาน พร้อมรับประกัน 25 ปีโดยเอสซีจี โดยเชื่อมั่นว่าการผนึกกำลังในครั้งนี้จะสร้างความแข็งแกร่งและยกระดับขีดความสามารถด้านศักยภาพอย่างแน่นอน” คุณธงชัย กล่าวปิดท้าย

 

 

Share: