ออริจิ้นฯ ลุยเปิด 20 โครงการ พร้อมแตกไลน์จับ 3 กลุ่มธุรกิจใหม่ เพิ่มโอกาส

210
0
Share:

ORI ทุ่ม 2 หมื่นล้านบาท เปิด 20 โครงการใหม่ ดันยอดขายปีนี้แตะ 2.9 หมื่นล้านบาท All Time High สูงสุดตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท พร้อมแตกไลน์จับ 3 กลุ่มธุรกิจใหม่ กลุ่มบริการสุขภาพ กลุ่มศูนย์โลจิสติกส์ และกลุ่มบริหารสินทรัพย์ ชี้โควิดสร้างโอกาส 

นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด(มหาชน) หรือ ORI ประกาศแผน ORIGIN NEXT LEVEL สร้างระบบนิเวศ(Ecosystem)ให้สามารถดูแลผู้บริโภคได้อย่างครบวงจรภายในทุกช่วงเวลาของชีวิตซึ่งจะทำให้ในปี 2564 นี้ ORI จะสามารถสร้างยอดขายได้สูงถึง 2.9 หมื่นล้านบาท เป็นAll Time High สูงที่สุดนับตั้งแต่ตั้งบริษัทมา โดยมีรายได้เติบโตมาที่ 1.4 หมื่นล้านบาท จากการ ชู 2 แกนหลัก คือ Next Level of Business Expansion เป็นการขยายธุรกิจทั้งเชิงลึกและเชิงกว้าง การสร้างทำเลใหม่  สร้างแบรนด์ใหม่ ตลอดจนกลุ่มธุรกิจใหม่  โดยกลุ่มที่อยู่อาศัยจะมีการเปิดโครงการใหม่จำนวนทั้งสิ้น 20  มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 2 หมื่นล้านบาท  แบ่งเป็น โครงการบ้านเดี่ยว จะเปิดตัวใหม่ 11 โครงการ มีมูลค่ารวมกว่า 10,400 ล้านบาท โดยเฉพาะทางฝั่งตะวันตกของกรุงเทพที่ยังมีดีมานด์สูง ทั้งนี้ตั้งเป้าที่จะมีการเปิดโคคงการสะสมจนครอบคลุม10 จังหวัดในปี2565 ที่จะถึงนี้

ด้านโครงการคอนโดมิเนียมมีแผนที่จะเปิด 9 โครงการใหม่ มีมูลค่ารวม 9,600 ล้านบาท จะมีการเปิดแบรนด์ใหม่ 4 แบรนด์ เพื่อเจาะ4 กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่  แบรนด์ ออริจิ้น ปลั๊ก แอนด์ เพลย์ (Origin Plug & Play) เจาะตลาดกลุ่ม Gen Y และ Gen Z โดยเฉพาะกลุ่มที่ทำสตาร์ทอัพของตัวเอง โดยจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆเหมาะสมกับกลุ่มนี้  ขณะที่แบรนด์ บริกซ์ตัน (Brixton)จะมุ่งเจาะตลาดเฉพาะกลุ่ม เช่นนักศึกษา คนทำงาน คนรักสัตว์ เป็นแบรนด์ที่ราคาเข้าถึงง่าย คอนเซ็ปของแต่ละโครงการจะแตกต่างกันตามลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย ส่วนแบรนด์แฮมป์ตัน (Hampton)จะมุ่งเจาะตลาดนักลงทุนที่จะมีสิทธิพิเศษและการันตีผลตอบแทนแก่ผู้ซื้อ คาดว่าจะมีการเปิดโครงการนำร่องที่ศรีราชาและระยอง นอกจากนี้ยังมีแบรนด์ออริจินอล (Original)ที่จะเป็นโครงการคอนโดมิเนียมเจาะตลาดผู้สูงอายุ

นายพีระพงศ์กล่าวว่า ในปีนี้ ORI ยังจะจัดตั้งบริษัทเพื่อดำเนินงานใน 3 ธุรกิจใหม่ ประกอบด้วย1. กลุ่มธุรกิจบริการสุขภาพ(Healthcare) ทั้งธุรกิจเสริมความงาม ศูนย์บริการสุขภาพ  แพลทฟอร์มให้บริการสุขภาพออนไลน์และเทคโนโลยีด้านสุขภาพ  2.กลุ่มธุรกิจศูนย์โลจิสติกส์(Logistic Center) ซึ่งได้ร่วมทุนกับบริษัทเจดับเบิ้ลยูดี อินโฟโลจิสติกส์ จำกัด(มหาชน) (JWD)คาดว่าจะมีความชัดเจนในเดือนเม.ย.นี้ และ3.กลุ่มธุรกิจบริหารสินทรัพย์ หรือAMC ที่จะ เข้าประมูลสินทรัพย์ประเภทอสังหาริมทรัพย์ จากพันธมิตร เช่น ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์(ธ.อ.ส.) ทั้งสินทรัพย์รอการขาย(NPA)และสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ(NPL) มาบริหาร โดยขณะนี้อยู่ระหว่างขอใบอนุญาตกับธนาคารแห่งประเทศไทยคาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ในไตรมาส 3 นี้ ตั้งเป้าหมายว่าช่วงแรกจะซื้อหนี้ได้ปีละ 800-1,000  ล้านบาท ใช้เงินลงทุนราว 499-500 ล้านบาท

สำหรับการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เชิงพานิชย์ในปีนี้มีแผนจะพัฒนาโครงการ วัน ออริจิ้น สนามเป้า เป็นอาคารสำนักงาน พื้นที่กว่า 56,100 ตร.มติดBTS สนามเป้า เนื่องจากมองว่าความต้องการเช่า อาคารสำนักงานในทำเลดังกล่าวยังมีสูง ส่วนธุรกิจโรงแรมเชื่อว่าจะฟื้นตัวดีขึ้นหลังสถานการณ์โควิดคลี่คลาย โดยเมื่อปี 2563 ที่ผ่านมาบริษัทได้เปิดโรงแรมใหม่ที่ทองหล่อและศรีราชา มีอัตราการเข้าพัก ราว 50% และยังมีโรงแรมที่อยู่ระหว่างก่อสร้างในอีก 3 ทำเล จำนวน 100 ห้อง ได้แก่ ทองหล่อ สุขุมวิท 24 และพญาไท หากก่อสร้างแล้วเสร็จ บริษัทจะมีจำนวนห้องเปิดให้บริการรวม 3,000 ห้อง กลายเป็นผู้ให้ประกอบการโรงแรม ติดtop5 ของผู้ประกอบการในประเทศที่มีจำนวนห้องมากที่สุด

อย่างไรก็ตาม แผนงานที่วางไว้ทั้งปี 2564 นี้ ทำให้บริษัทมีการตั้งงบลงทุนรวมทั้งสิ้น 1 หมื่นล้านบาทคาดว่าจะมีการจัดสรร เพื่อลงทุนใน 3 ธุรกิจใหม่ราว 2 พันล้านบาท  รวมทั้งยังมีความกังวลว่าปัญหาหนี้ครัวเรือนในระดับสูงถือเป็นความท้าทายที่จะเข้าไปช่วยเหลือ ให้คำปรึกษากับลูกค้าเพื่อขอกู้จากสถาบันการเงินและสามารถโอนโครงการให้ผ่านไปได้

 

Share: