เปิดมุมคิด Full Time Trader “ชนนพล ชนุหะชา” ปั้นพอร์ตให้เติบโตอย่างยั่งยืนสู้พิษโควิด-19

407
0
Share:

การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) เมื่อช่วงปลายปี 2562 จนถึงปัจจุบันได้ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยอย่างรุนแรง แม้ขณะนี้สถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทยจะมีสัญญาณที่คลี่คลาย แต่ตราบใดที่ยังไม่สามารถผลิตวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด-19 ได้สำเร็จ และนำมาใช้ได้อย่างแพร่หลาย ก็ยังสร้างความวิตกกังวลให้สังคมทุกภาคส่วน สะท้อนจากความผันผวนในตลาดทุน ตลาดเงิน ทองคำ รวมถึงตลาดน้ำมันโลก ในสถานการณ์เช่นนี้ถือเป็นความท้าทายยิ่งของนักลงทุน

“ชนนพล  ชนุหะชา” นักลงทุนในตลาดทุนและผู้ร่วมก่อตั้งสถาบันสอนการลงทุนบริษัท ซุปเปอร์ เทรดเดอร์ รีพับบลิค จำกัด มองว่า แม้สถานการณ์ในปัจจุบันจะมีปัจจัยลบมากกว่าปัจจัยบวกและส่งผลกระทบเชิงลบต่อการลงทุนทั้งภาคตลาดทุน ตลาดเงิน ทองคำรวมถึงตลาดน้ำมันโลกที่มีความผันผวนแรง แต่มองว่าภายใต้ วิกฤตย่อมมีโอกาสเสมอ ซึ่งนักลงทุนเองก็ต้องมีความระมัดระวังก่อนที่จะตัดสินใจลงทุนในหุ้นตัวใดตัวหนึ่ง เบื้องต้นต้องดูมูลค่าที่แท้จริงแล้วเปรียบเทียบหรือวัดจากผลประกอบการระยะยาวเทียบกับราคาหุ้น

ขณะที่ดอกเบี้ยต่ำสุดในประวัติศาสตร์ ทำให้แทบไม่สามารถต่อยอดจากเงินออมที่มีอยู่ได้เลย ดังนั้น เมื่อออมเงินไว้ในธนาคารอย่างเดียว ไม่สามารถสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่า การหาข้อมูลและเพิ่มช่องทางการลงทุนในตลาดหุ้นถือเป็นอีกโอกาสหนึ่ง และราคาหุ้นของหลายบริษัทก็ไม่ได้อยู่ในระดับสูงมากนักในปัจจุบัน ซึ่งมีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีได้ อันหมายถึงผลตอบแทนที่ชนะเงินเฟ้อได้

“การเทรดหุ้นมีความเสี่ยงและอันตราย แต่ในขณะเดียวกันก็สร้างกำไรให้เรามากเช่นกัน (High Risk Hing Return) แม้ในปัจจุบันเกิดแรงกดดันของการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด – 19 หากมีการลงทุนด้วยหลักการที่ถูกต้องก็สามารถสร้างกำไรได้เช่นกัน ด้วยเหตุนี้จากความรู้และประสบการณ์ในการเทรดหุ้นนั้น ต้องอาศัยการเก็บสถิติ การควบคุมอารมณ์ การคิดอย่างมีระบบ มีวินัยในตัวเอง การบริหารการเงินที่ดี”

ผู้ร่วมก่อตั้งสถาบันสอนการลงทุนบริษัท ซุปเปอร์ เทรดเดอร์ รีพับบลิค จำกัด เล่าวว่า “ผมเริ่มลงทุนตั้งแต่ตอนเรียนปริญญาตรีช่วงปีที่ 3 เริ่มต้นลงทุนก็ประสบปัญหาขาดทุนทันที เพราะไม่ได้ศึกษาหาความรู้ก่อนและใช้หูเล่นเป็นหลัก จนพอร์ตลดลงไปถึง 60% กระทั่งได้เรียนรู้วิชาการเทรดทั้ง Fundamental และ Technical จาก พี่ซัน กระทรวง จารุศิระ ก่อนนำไปปรับปรุงให้เหมาะสมกับตัวเองและใช้เวลา 2 ปีสร้างพอร์ตไป 10 ล้านบาท และมูลค่าพอร์ตสูงสุดที่ทำได้คือ 43 ล้านบาท ตั้งแต่เรียนจบวิศวะฯจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อปี 2557 ถึงวันนี้ก็ 6 ปีที่เป็น Full Time Trader” นายชนนพล กล่าว

พร้อมอธิบายถึงเหตุผลที่ไม่ทำงานประจำว่า “ผมได้ค้นพบว่าการทำงานประจำมันมี ขอบเขต เพดานของรายได้ ซึ่งไม่สามารถ ทำให้มันเพิ่มขึ้นได้ตามความสามารถของเรา ต่างกับการที่เราเป็นเจ้าของกิจการ หรือนายตัวเอง เพราะเราสามารถ โตได้เรื่อย ๆ ตามความสามารถที่เราจะไปถึง เหมือนชีวิตของเราขึ้นอยู่กับตัวเอง แต่งานประจำนั้นขึ้นอยู่กับหัวหน้า หรือเจ้าของบริษัท จึงได้ตัดสินใจสร้างบริษัท ซุปเปอร์ เทรดเดอร์ รีพับบลิค ร่วมกันกับรุ่นพี่ที่ จุฬา”

“ชนนพล” ได้แนะนำวิธีการปั้นพอร์ตให้เติบโตอย่างยั่งยืนไว้ในหนังสือ “ ONE2TEN : ปั้นพอร์ตจาก หนึ่งล้าน เป็นสิบล้าน”  ซึ่งรายได้ทั้งหมดที่ผู้เขียนได้รับหลังหักค่าใช้จ่ายจากหนังสือเล่มนี้นำไปบริจาคให้แก่ “มูลนิธิส่งเสริมและพัฒนาคนพิการ” และสามารถติดตาม ผลงานได้ทาง fanpage facebook : one2ten

ปิดท้ายกันด้วย 6 เหตุผล ที่ทำไมเราควรหันมาเริ่มสนใจการลงทุนในมุมของ “ชนนพล” มีดังนี้

1.ในระยะยาวผลตอบแทนของการลงทุนในหุ้น เอาชนะเงินเฟ้อได้ : เงินของเราเล็กลงทุนวัน จากอัตราเงินเฟ้อที่ประมาณ 3-5% ต่อปี กล่าวคือ เงิน 100 บาทของปีนี้จะมีค่าเพียง 95 – 97 บาทในปีหน้า ซึ่งดอกเบี้ยธนาคารในปัจจุบันนั้นได้เพียง 1-2% ต่อปี ต่อให้ฝากเงินในธนาคาร เงินก็ลดลงอยู่ดี การลงทุนจึงเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า ที่ทำให้เงินของคุณไม่ลดลง

2.เป็นการฝึกวินัยในการออม : หาเก่งไม่สู้เก็บเก่ง การมีวินัยในการออมเป็นสิ่งที่บ่งบอกว่า คนๆนึงจะรวยหรือว่าจน ได้เลยทีเดียว ดังนั้นการลงทุนก็เหมือนกับการที่เราได้ออมเงินแต่มีผลตอบแทนที่ดีกว่าฝากธนาคาร

3. มีความเป็นเจ้าของกิจการ : การที่เราซื้อหุ้นเท่ากับว่าเราได้เป็นผู้ถือหุ้น หรือ เจ้าของร่วมของกิจการนั้นๆ และมีสิทธิ์ในการออกเสียงในบริษัทตามสัดส่วนที่เราถือหุ้น

4. ไม่เสียภาษี : ตลาดหลักทรัพย์ของประเทศไทย เป็นหนึ่งในประเทศที่ไม่ต้องเสียภาษี capital gain ให้รัฐบาล โดยเสียแค่คอมมิชชั่นให้กับโบรคเกอร์เท่านั้น ถือได้ว่าได้กำไรเต็มเม็ดเต็มหน่วยมากกว่าซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ในประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างสหรัฐอเมริกา หรือในทวีปยุโรป

5. หุ้นเป็นทรัพย์สินที่มีสภาพคล่องสูง : เราสามารถนำเงินออมเข้าไปลงทุนได้เลยทันที และเมื่อมีความจำเป็นต้องใช้เงินเราก็สามารถขายและนำเงินออกมาใช้ได้ทันทีในยามจำเป็น

6. พลังของดอกเบี้ยทบต้น : พลังของดอกเบี้ยทบต้น หรือที่เรียกกันว่า compound interest ถูกยกย่องว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์อันนึงของโลก การเติบโตของการลงทุนเป็นเเบบนี้เหมือนกัน ไม่ต้องเเปลกใจเลยว่าเมื่อเวลาผ่านไปนานพอ เงินของเราจะโตเป็นหลายเท่า เพื่อให้มองเห็นภาพชัดๆ จะบอกอย่างนี้ สมมุติว่าผลตอบเเทนต่อปี 12%(ซึ่งธรรมดามากในตลาดหุ้น) ในเวลา 20 ปี เงินของเราจะโตขึ้น 1 ตำแหน่ง เช่น ลงทุน 100,000 บาท 20 ปีจะเป็น 1,000,000 บาท และ ลงทุน 1,000,000 บาท 20ปี จะเป็น 10,000,000 บาท

 

Share: