FPIT ตอกย้ำโลจิสติกส์โตไม่หยุด ส่งมอบศูนย์กระจายสินค้าเฟสที่ 1  ให้แอลเอฟ โลจิสติกส์

550
0
Share:

บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ อินดัสเทรียล (ประเทศไทย) จำกัด หรือ “FPIT” ผู้นำในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรมสมัยใหม่ของอาเซียน ภายใต้กลุ่มบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ “FPT”  พัฒนาคลังสินค้าแบบสร้างตามความต้องการ (Built-to-Suit) ขนาดพื้นที่ 16,000 ตร.ม. เฟสที่ 1 ให้แก่ บริษัท แอลเอฟ โลจิสติกส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ที่ให้ความสำคัญกับการดำเนินงานเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด โดยจะใช้ศูนย์กระจายสินค้านี้ในการรองรับการจัดการซัพพลายเชนของสินค้าแบรนด์พรีเมียมระดับโลก  คลังสินค้าแห่งใหม่ของแอลเอฟ โลจิสติกส์ (ประเทศไทย) ภายในโครงการ เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ โลจิสติกส์ เซ็นเตอร์    (บางพลี 7) จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเป็นหนึ่งในทำเลทองที่ผู้ประกอบการและกลุ่มผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์หมายจับจอง ด้วยโลเคชั่นที่แวดล้อมด้วยแหล่งอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่สำคัญ อีกทั้งยังเป็นประตูสู่พื้นที่โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งเชื่อมโยงระบบคมนาคมขนส่งทุกรูปแบบทั้งในและนอกประเทศ โดย FPIT ยังมีที่ดินในทำเลศักยภาพสูงแห่งนี้อีกกว่า 30 ไร่ หรือ กว่า 48,000 ตร.. เพื่อรองรับดีมานด์การขยายธุรกิจภาคอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์

นายโสภณ ราชรักษา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ อินดัสเทรียล (ประเทศไทย) กล่าวว่า “ FPIT มีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้รับความไว้วางใจในการพัฒนาศูนย์กระจายสินค้าแห่งใหม่ให้แก่ แอลเอฟ โลจิสติกส์ (ประเทศไทย) ซึ่งเป็นผู้นำธุรกิจด้านการจัดการศูนย์กระจายสินค้าและโลจิสติกส์แบบครบวงจรของเอเชีย บริษัทฯ เชื่อมั่นว่า ด้วยศักยภาพของอาคารคลังสินค้าที่ออกแบบโดยเฉพาะประกอบกับทำเลยุทธศาสตร์แห่งนี้ จะสนับสนุนให้แอลเอฟ โลจิสติกส์ (ประเทศไทย) ดำเนินงานได้อย่างแข็งแกร่งยิ่งขึ้นไป

เพื่อสนับสนุนการเติบโตและการดำเนินงานอย่างยั่งยืนของแอลเอฟ โลจิสติกส์ (ประเทศไทย) FPIT ได้ออกแบบและพัฒนาอาคารคลังสินค้าแห่งนี้ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลระดับสูงสุด โดยให้ความสำคัญทั้งในด้านการบริหารจัดการคลังสินค้าและการกระจายสินค้าได้อย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพ จึงได้ออกแบบอาคารขนาด 16,000 ตร.ม. นี้ให้สามารถจัดเก็บสินค้าในแนวตั้งได้สูงถึง 13 เมตร และรองรับน้ำหนักได้สูงถึง 3 ตันต่อตารางเมตร และยังคำนึงถึงมาตรฐานความปลอดภัยของอาคารขั้นสูงสุด ภายใต้การออกแบบและพัฒนาอาคารตามมาตรฐาน FM Global ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรฐานที่มีความน่าเชื่อถือมากที่สุดในด้านการการประกันภัยอุตสาหกรรม และการบริหารจัดการความเสี่ยงโดยเฉพาะการปกป้องทรัพย์สินที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก รวมถึงมาตรฐานสากลอย่างมาตรฐานอาคารสีเขียว หรือ Leadership in Energy and Environmental Design (LEED) ในระดับ GOLD ซึ่งเป็นเกณฑ์มาตรฐานชั้นนำที่แสดงความใส่ใจตั้งแต่กระบวนการเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการก่อสร้างที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระดับน้อยที่สุด

ตัวอย่างด้านความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของอาคารแห่งนี้ได้แก่ การใช้วัสดุที่มีคุณสมบัติช่วยลดการดูดซับความร้อนในอาคาร ควบคู่กับการติดตั้งระบบและอุปกรณ์ที่ช่วยประหยัดพลังงานน้ำและไฟฟ้า, การใช้สีทาผนังที่ลดการใช้สารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs), ความสามารถในการรองรับการติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ เพื่อสร้างพลังงานทดแทนใช้ภายในอาคาร และ  การจัดการสาธารณูปโภคต่างๆ ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล เป็นต้น

 

Share: