รายได้ไม่นิ่ง ก็ปลดหนี้ได้! เช็คอิน 5 ทริกปลดล็อกการเงินฉบับฟรีแลนซ์ โดย โค้ชหนุ่ม The Money Coach x LINE MAN

29
0
Share:

“เงินเป็นสิ่งที่เราต้องออกไปหาตลอดชีวิต แต่ความรู้ทางการเงินเนี่ย… พอมีแล้ว มันจะช่วยดูแลชีวิตเราไปได้ตลอดกาล” – โค้ชหนุ่ม จักรพงษ์ เมษพันธุ์

 

 

ท่ามกลางตัวเลขหนี้ครัวเรือนไทยที่พุ่งสูงแตะระดับเกือบ 87% ต่อ GDP[1] ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ากลุ่มคนที่รับแรงกระแทกคือ “คนทำงานอิสระ” อย่างฟรีแลนซ์ ครีเอเตอร์ พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ หรือไรเดอร์ โดยข้อมูลระบุว่าปัจจุบันประเทศไทยมีแรงงานนอกระบบและผู้ประกอบอาชีพอิสระมากกว่า 20 ล้านคน[2] ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนเกินกว่าครึ่งหนึ่งของกำลังแรงงานทั้งประเทศ เมื่อรายได้ไม่นิ่งเหมือนพนักงานประจำที่มีเงินเดือนคงที่ การวางแผนทางการเงินจึงท้าทายกว่าหลายเท่าตัว ยิ่งหากมีปัญหาหนี้สินเข้ามาพัวพัน การหมุนเงินให้ทันในแต่ละวันอาจกลายเป็นความเครียดที่บั่นทอนชีวิต

เราจึงขอหยิบยกบทเรียนการเงินจากงาน “LINE MAN ส่งเสริมเติมฝัน ปีที่ 3” ที่นอกจากจะมอบทุนการศึกษาเพื่อแบ่งเบาภาระให้แก่บุตรของไรเดอร์และไรเดอร์ที่ใฝ่เรียนแล้ว ปีนี้ยังมีคลาสจากกูรูการเงินชื่อดังอย่าง “โค้ชหนุ่ม-จักรพงษ์ เมษพันธุ์ หรือ The Money Coach” ที่ให้ทริกจัดการเงินสู่การเป็นไรเดอร์ที่มีสุขภาพการเงินดี ที่ชาวฟรีแลนซ์ทุกคนสามารถเริ่มต้นทำได้ตั้งแต่วันนี้

โค้ชหนุ่ม ให้เริ่มต้นจากการปรับวิธีคิดคือก้าวแรกของการสยบหนี้ ก่อนจะมองหาเทคนิคปลดหนี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือการปรับ “วิธีคิด” หลายคนเมื่อรู้ว่าตัวเองมีหนี้ มักเลือกหนีปัญหาและไม่กล้าดูตัวเลขยอดหนี้ที่แท้จริง แต่โค้ชหนุ่มย้ำเสมอว่า “การรู้สถานะตัวเอง คือจุดเริ่มต้นของการปลดหนี้” เราต้องกล้าเผชิญหน้ากับความจริง นำกระดาษมาจดรายรับ รายจ่าย ยอดหนี้ และดอกเบี้ยทั้งหมด เพื่อให้เห็นภาพรวมทางการเงินของตัวเองอย่างชัดเจน เมื่อเรายอมรับความจริงและตั้งเป้าหมายได้แล้ว… ก็ถึงเวลาออกเดินทางผ่าน 5 สถานีปลดล็อกการเงิน ไปพร้อมกัน

สถานีที่ 1: “พูดความจริงกับตัวเอง’ ส่องกล้องมองต้นทุนแฝง”
เริ่มต้นเช็กอินความจริงข้อแรกที่คนทำงานอิสระมักตกม้าตาย นั่นคือการคิดว่ารายได้ทั้งหมดที่รับมาในแต่ละวันสามารถควักใช้ได้ทันที แต่โค้ชหนุ่มชวนคิดว่าเงินก้อนนั้นยังมี “ต้นทุนซ่อน” ปนอยู่ด้วยเสมอ สำหรับฟรีแลนซ์อาจเป็นค่าไฟ ค่าอินเทอร์เน็ต ค่าโปรแกรมรายเดือน ค่าเดินทางไปคุยงาน หรือจะเป็นค่าน้ำมัน ค่าโทรศัพท์ ค่าเสื่อมสภาพรถ หรือค่าซ่อมบำรุง การหักต้นทุนเหล่านี้ออกก่อนนับเป็นกำไร จะทำให้เราเห็นตัวเลขเงินที่แท้จริงแบบไม่หลอกตัวเอง และรู้ทันทีว่าวันนี้เราต้องทำงานให้ได้กี่บาทถึงจะเริ่มมีกำไรเข้ากระเป๋า

สถานีที่ 2: “สูตร 3 กระเป๋า”’ แยกเงินให้อยู่หมัด
เมื่อรู้ยอดกำไรสุทธิแล้ว เส้นทางต่อไปคือการจัดระเบียบเงินไม่ให้ปนกันจนหมุนไม่ทัน ทริกง่ายๆ คือเมื่อได้เงินมา ให้แยกใส่ 3 กระเป๋า ทันที
• กระเป๋าต้นทุน หยอดแยกไว้สำหรับพรุ่งนี้ เช่น ค่าน้ำมัน ค่าเช่ารถ ค่าอุปกรณ์ เพื่อการันตีว่าเรามีทุนไปทำงานต่อชัวร์ๆ
• กระเป๋าเงินเก็บ สำหรับหักออมก่อนใช้
• กระเป๋าเงินใช้ คือเงินส่วนที่เหลือจริงๆ ค่อยนำไปจ่ายค่าอาหาร ค่าใช้จ่ายในบ้านได้อย่างสบายใจเพราะส่วนอื่นถูกแยกไว้หมดแล้ว

สถานีที่ 3: “ออมก่อนใช้” สวมหมวกกันน็อก-สร้างเบาะฉุกเฉินรายวัน
ชีวิตฟรีแลนซ์หรือไรเดอร์ที่ไม่มีเงินเดือนประจำ วันไหนรถเสียหรือเจ็บป่วยจนต้องหยุดวิ่งงาน รายได้จะหยุดตามทันที การมี “เงินสำรองฉุกเฉิน” จึงเป็นเสมือนหมวกกันน็อกทางการเงินที่ช่วยเซฟเราไม่ให้ต้องไปกู้หนี้ยืมสิน โค้ชหนุ่มแนะนำทริกการออมแบบไรเดอร์คือ “ตั้งเป้าออมรายวัน” จบงานปุ๊บหักเงินโอนแยกบัญชีทันทีวันละ 50 บาท สะสมไปเรื่อยๆ เพื่อสร้างเงินสำรองให้ได้ 3-6 เท่าของค่าใช้จ่ายจำเป็น

สถานีที่ 4: “คุมใช้จ่าย จัดการหนี้” ดึงสติด้วยกฎเบรกความอยาก
ในระหว่างทางย่อมมีสิ่งล่อตาล่อใจ โค้ชหนุ่มให้ท่องคําถามเตือนสติตัวเองก่อนควักเงินจ่ายว่า “อันนี้จำเป็นหรือแค่อยากได้?” ถ้าเป็นของแค่อยากได้ ให้ลองใช้ กฎรอ 1 วัน ก่อนค่อยตัดสินใจ ซึ่งส่วนใหญ่จะช่วยเซฟเงินไปได้เยอะ ส่วนใครที่มีภาระหนี้สิน ให้เรียงลำดับสะสางโดยเน้นโปะก้อนที่มีดอกเบี้ยสูงที่สุดก่อน และวินัยสำคัญคือต้องปิดสวิตช์ไม่สร้างหนี้เสียหรือหนี้นอกระบบเพิ่มขึ้นมาอีก

สถานีที่ 5: “ต่อยอดให้มั่นคง” ปลายทางสุขใจด้วยพลังครอบครัว
ความมั่นคงไม่ได้สร้างได้ด้วยตัวคนเดียว แต่ต้องอาศัยพลังใจร่วมกันทั้งบ้าน ชวนคนในครอบครัวมาจับเข่าคุยเรื่องเงินอย่างเปิดใจ กางรายรับ-รายจ่ายให้ลูกและคู่ชีวิตเห็นภาพเดียวกัน แล้วตั้งเป้าหมายร่วมกัน เช่น ร่วมใจกันประหยัดเพื่อเคลียร์หนี้ หรือร่วมกันออมเงินเป็นทุนการศึกษาของลูก เมื่อทุกคนในบ้านพร้อมเดินไปด้วยกัน สุขภาพการเงินของครอบครัวก็จะเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน

ทักษะทางการเงิน ทักษะที่คนไทยทุกคนควรรู้สู้ภาวะหนี้
ทักษะทางการเงินและความเข้าใจเรื่องหนี้ เป็นหนึ่งในทักษะสำคัญที่คนไทยทุกคนควรมี เพื่อรับมือกับภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน แนวคิดนี้เป็นจุดร่วมระหว่าง โค้ชหนุ่ม The Money Coach และ LINE MAN ที่ต้องการยกระดับสุขภาวะทางการเงินของไรเดอร์ ซึ่งเป็นกลุ่มสำคัญในระบบเศรษฐกิจไทย ผ่านโครงการให้ความรู้ด้านการเงินที่นำไปใช้ได้จริง

สะท้อนบทบาทของ LINE MAN ในฐานะแพลตฟอร์มที่เปิดโอกาสให้คนสร้างรายได้ และยังให้ความสำคัญกับความมั่นคงทางการเงินของคนใน Ecosystem อย่างจริงจัง เพราะความมั่นคงทางการเงินของพาร์ทเนอร์ส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตของครอบครัวและสังคมโดยรวม

นอกจากความรู้ทางการเงินและทุนการศึกษาที่ช่วยแบ่งเบาภาระ LINE MAN ยังมองลึกไปถึง “ต้นทุนชีวิต” ของไรเดอร์ โดยเฉพาะอุปกรณ์จำเป็นในการทำงาน จึงเกิดเป็น “โปรแกรมผ่อนชำระสินค้าจำเป็นสำหรับประกอบอาชีพ” ที่ออกแบบอย่างรับผิดชอบ ไม่สนับสนุนหนี้ฟุ่มเฟือย แต่ช่วยสร้างแต้มต่อให้ไรเดอร์ที่มีวินัยและประวัติการขับดี

ผ่านระบบหักเครดิตรายวันตามรายได้จริง แนวทางนี้สอดคล้องกับแนวคิด “กระเป๋าต้นทุน” ของโค้ชหนุ่ม ช่วยให้ไรเดอร์สามารถทยอยจ่ายค่าอุปกรณ์เป็นรายวันได้โดยไม่กระทบภาระครอบครัว และลดโอกาสการพึ่งพาหนี้นอกระบบเมื่ออุปกรณ์จำเป็นเสียหายหรือชำรุด

เมื่อมองผ่าน 5 สถานีปลดล็อกการเงินจะเห็นว่า “หนี้” จัดการได้… ถ้ารู้วิธี โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือวิธีการคิดที่มีต่อเงินอย่างมีวินัย เริ่มต้นตั้งแต่วันนี้จากการกล้าเผชิญหน้าความจริงและแบ่งกระเป๋าเงินให้ชัดเจน เพราะสุดท้ายแล้ว ความมั่นคงทางการเงินไม่ได้เกิดจากรายได้ที่มากขึ้นอย่างเดียว แต่เกิดจากความเข้าใจในจังหวะเงินเข้า–เงินออก และการควบคุมชีวิตทางการเงินได้อย่างเป็นระบบตั้งแต่วันนี้

[1] ข้อมูลอ้างอิงจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.). รายงานสถานการณ์หนี้ครัวเรือนไทย. สืบค้นจาก https://www.bot.or.th/th/financial-innovation/sustainable-finance/household-and-sme/household-debt.html
[2] ข้อมูลอ้างอิงจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ. รายงานผลการสำรวจแรงงานนอกระบบ. สืบค้นจาก https://www.nso.go.th/nsoweb/nso/survey_detail/Jb
Share: