ไลอ้อน (ประเทศไทย) – วว. ผนึกกำลังยกระดับสมุนไพรไทย และวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร สู่ Bioactive Ingredients ตอบโจทย์สุขภาวะโลก

28
0
Share:

สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) และ บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ด้านการวิจัยและพัฒนา “การยกระดับพืชสมุนไพรและของเหลือใช้ทางการเกษตร ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อสุขภาพและสุขภาวะวัยที่ดีอย่างยั่งยืน” โดยมีเป้าหมายผลักดันการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ทรัพยากรชีวภาพของไทย พัฒนาสารสำคัญ (Bioactive Ingredients) ต่อยอดสู่อาหารเสริม เวชสำอาง และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ พร้อมส่งเสริมเศรษฐกิจชีวภาพและการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าตามแนวคิด Zero Waste ตลอดระยะเวลาความร่วมมือ 5 ปี

 

 

นายประเสริฐ สุรัตนเมธากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนวิสัยทัศน์ของไลอ้อนในการนำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์มาพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์สุขภาพของผู้บริโภคในอนาคต โดยประเทศไทยมีศักยภาพด้านความหลากหลายทางชีวภาพและวัตถุดิบทางการเกษตรที่สามารถต่อยอดเป็นสารสำคัญมูลค่าสูงได้ หากสามารถเชื่อมโยงงานวิจัยตั้งแต่ต้นน้ำสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์อย่างครบวงจร

ถือเป็นการต่อยอดความร่วมมือระหว่างไลอ้อนและ วว. ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องตลอดเกือบ 10 ปี ในการวิจัยและพัฒนาสมุนไพรไทยและสารสกัดจากทรัพยากรธรรมชาติ โดยที่ผ่านมาได้ร่วมศึกษาวิจัยและพัฒนาสารสำคัญจากสมุนไพรไทย อาทิ ตรีผลา มะไฟจีน เป็นต้น เพื่อนำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมมาต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ และยกระดับคุณค่าให้กับวัตถุดิบของประเทศไทย

“ไลอ้อนมองว่า Bioactive Ingredients จะเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาผลิตภัณฑ์สุขภาพยุคใหม่ ทั้งด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพและเวชสำอาง ความร่วมมือกับ วว. ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการวิจัย การสกัด การทดสอบประสิทธิภาพและความปลอดภัย จะช่วยยกระดับงานวิจัยไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพตามมาตรฐานสากล พร้อมสร้างมูลค่าเพิ่มจากสมุนไพรไทยและของเหลือใช้ทางการเกษตร สอดคล้องกับแนวทางการดำเนินธุรกิจเพื่อความยั่งยืนของบริษัท” นายประเสริฐ กล่าว

ผู้ช่วยศาสตราจารย์วีรชัย อาจหาญ ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กล่าวว่า ประเทศไทยมีศักยภาพด้านทรัพยากรชีวภาพ สมุนไพร และองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ที่พร้อมต่อยอดสู่การสร้างมูลค่าเพิ่ม แต่สิ่งสำคัญคือการเชื่อมโยงภาครัฐและภาคเอกชนให้ร่วมกันผลักดันงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์จริง

“วว. มีความพร้อมทั้งด้านบุคลากร เครื่องมือวิจัย โรงงานสารสกัด และศูนย์บริการนวัตกรรมเวชสำอางแบบครบวงจร (ICOS) ที่จะสนับสนุนการพัฒนาสารสำคัญตั้งแต่การศึกษาวิจัย การสกัด การทดสอบประสิทธิภาพและความปลอดภัย ไปจนถึงการพัฒนาเป็นนวัตกรรมเชิงพาณิชย์ ความร่วมมือกับไลอ้อนจะช่วยเชื่อมองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์กับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม ผลักดันสมุนไพรไทยและวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรให้เกิดมูลค่าเพิ่ม สร้างขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ และยกระดับอุตสาหกรรมสุขภาพและเวลเนสของไทยอย่างยั่งยืน”ผู้ช่วยศาสตราจารย์วีรชัย กล่าว

ภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ทั้งสองหน่วยงานจะร่วมดำเนินการศึกษาวิจัยและพัฒนาสารสำคัญจากพืชสมุนไพรและวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ซึ่งประเทศไทยอุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรชีวภาพและภูมิปัญญาด้านสมุนไพร ประกอบกับองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่ก้าวไกล เมื่อมีกลไกเชื่อมโยงภาครัฐและเอกชนให้ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อเปลี่ยนศักยภาพให้กลายเป็นมูลค่าที่จับต้องได้ ยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้บริโภค และสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจชีวภาพของประเทศไทยอย่างยั่งยืน

Share: