เฮอร์บาไลฟ์ ชี้ผู้บริโภคเอเชียแปซิฟิก เร่งสร้างความเชื่อมั่นเศรษฐกิจ คนรุ่นใหม่เดินหน้าลงทุน–เริ่มธุรกิจ เปิดโอกาสทางการเงิน ปี 2026
เฮอร์บาไลฟ์ บริษัทและแพลตฟอร์มด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีชั้นนำระดับโลก เผยผลสำรวจใหม่จาก Asia Pacific (APAC) Health and Economic Empowerment Survey 2025 หรือแบบสำรวจด้านสุขภาพและการเสริมสร้างศักยภาพทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) ปี 2568 ซึ่งพบว่ามีผู้บริโภคเพียง 2 ใน 5 หรือ 43% เท่านั้นที่รู้สึกว่าตนเองมีศักยภาพสูงในการพัฒนาความเป็นอยู่ทางเศรษฐกิจ และมีเพียง 1 ใน 3 เท่านั้นที่มั่นใจว่าจะบรรลุเป้าหมายทางการเงินในอีก 12 เดือนข้างหน้า ด้วยเหตุนี้ หลายคนจึงวางแผนที่จะลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น รวมถึงลงทุน หรือเริ่มต้นธุรกิจเพื่อเพิ่มโอกาสในการบรรลุเป้าหมาย
![]()
โทมัส ฮาร์มส์ กรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของเฮอร์บาไลฟ์ กล่าวว่า “ผลสำรวจนี้แสดงให้เห็นว่าระดับการเสริมสร้างศักยภาพทางเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นในหมู่ผู้บริโภคในภูมิภาคนี้อยู่ในระดับต่ำ และหลายคนยังคงไม่แน่ใจเกี่ยวกับความเป็นอยู่ทางเศรษฐกิจของตน แต่ในขณะเดียวกันก็มีเรื่องน่ายินดีที่เห็นว่าหลายคนกำลังมองหาโอกาสอื่นๆ เช่น การลงทุนหรือการเริ่มต้นธุรกิจ เพื่อพัฒนาอนาคตทางการเงินของตัวเอง ซึ่งสำหรับผู้ที่ต้องการหารายได้เสริมหรือขยายธุรกิจ เฮอร์บาไลฟ์เองก็มีแพลตฟอร์มที่หลากหลาย ทั้งเครื่องมือ เทคโนโลยี การฝึกอบรม และชุมชน เพื่อช่วยให้ผู้คนบรรลุเป้าหมายด้านความมั่นคงทางการเงินที่ดียิ่งขึ้น”
การลดค่าใช้จ่ายและกระจายแหล่งรายได้เป็นกุญแจสำคัญในการยกระดับความเป็นอยู่ทางเศรษฐกิจ โดยจากการสำรวจพบว่า มีผู้ตอบแบบสอบถามเพียงแค่ 30% ให้คะแนนสถานะความเป็นอยู่ทางเศรษฐกิจในปัจจุบันของตนเองในเชิงบวก ซึ่งเป็นผลอย่างมากจากสภาพเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน 47% รวมถึงภาระผูกพันทางการเงินส่วนบุคคลที่ผู้บริโภคมีอยู่แล้ว 34%
ทำให้หลายคนเลือกที่จะลงมือทำอย่างจริงจังเพื่อยกระดับความเป็นอยู่ทางเศรษฐกิจของตนเองในอีก 12 เดือนข้างหน้า โดยเกือบครึ่งหนึ่ง หรือ 49% วางแผนที่จะลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น และหนึ่งในสามตั้งใจที่จะมองหาทางเลือกในการลงทุน และ 23% ตั้งเป้าที่จะเริ่มต้นธุรกิจเพื่อพัฒนาสถานะทางการเงินของตนเอง
Gen Z และมิลเลนเนียล มองโลกในแง่ดีกว่า ทั้งด้านสุขภาพและเศรษฐกิจ
ผู้บริโภคกลุ่มคนรุ่นใหม่มีความเชื่อมั่นและมองโลกในแง่ดีมากกว่า โดย 2 ใน 3 ของกลุ่ม Gen Z หรือ 66% และมิลเลนเนียลกว่า 62% คาดว่าสถานะทางเศรษฐกิจของตัวเองจะดีขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยรวมทุกกลุ่มอายุซึ่งอยู่ที่ 55%
นอกจากนี้ ผลสำรวจยังพบรูปแบบที่คล้ายกันในเรื่องทัศนคติเกี่ยวกับสุขภาพ โดย 47% ของ Gen Z และ 46% ของมิลเลนเนียล มั่นใจว่าจะบรรลุเป้าหมายด้านสุขภาพได้ในอีก 1 ปีข้างหน้า ซึ่งสูงกว่ากลุ่ม Gen X ที่ 34% และกลุ่ม Boomer ที่ 27% อย่างเห็นได้ชัด
มุ่งเปลี่ยนไลฟ์สไตล์เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น
ผลสำรวจยังพบว่า 3 อันดับแรกที่ผู้คนตั้งใจทำเพื่อพัฒนาสุขภาพคือ ออกกำลังกายมากขึ้น 53%, ทิ้งพฤติกรรมที่ไม่ดีต่อสุขภาพ 43% และการเพิ่มเวลาให้กับการทำกิจกรรมเพื่อสุขภาพ 36% นอกจากนี้ผลสำรวจยังพบความแตกต่างระหว่างเพศ โดยผู้ชายมีแนวโน้มที่จะเลือกการออกกำลังกายเป็นหลัก ในขณะที่ผู้หญิงให้ความสำคัญกับการปรับพฤติกรรมการกินและเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์เพื่อบำรุงร่างกาย
สุขภาพและความมั่นคงทางเศรษฐกิจสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้ง
ผลการศึกษายังแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างสุขภาพและศักยภาพทางเศรษฐกิจ โดยพบว่าผู้ที่รู้สึกว่าตนเองมีอำนาจในการตัดสินใจเพื่อพัฒนาฐานะทางเศรษฐกิจกว่า 95% มักจะรู้สึกว่าตนเองมีพลังในการจัดการสุขภาพถึง 88% ควบคู่กันไปด้วย
โทมัส ฮาร์มส์ กล่าวทิ้งท้ายว่า “สิ่งนี้สะท้อนว่าความมั่นใจในการตัดสินใจทางการเงินจะเดินไปพร้อมๆ กับความมั่นใจในการจัดการสุขภาพส่วนบุคคล และท่ามกลางความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้น การลุกขึ้นมาดูแลทั้งสภาพการเงินส่วนตัวและสุขภาพจึงสำคัญยิ่งกว่าที่เคย ผู้บริโภคควรตั้งใจสร้างนิสัยที่ดีในการใช้ชีวิตและสร้างแหล่งรายได้ที่หลากหลาย เพื่อวางรากฐานสำหรับชีวิตที่แข็งแรงและมีความสุขยิ่งขึ้น”