จากครัวบ้านๆ สู่ SME ร้อยล้าน Reo’s Deli ไอเดียจากโซเชียลสู่อาหารพร้อมทานสุดครีเอทีฟโตแรงในเซเว่นฯ ด้วยนวัตกรรม No-Bake

21
0
Share:

ในอุตสาหกรรมอาหารพร้อมทาน หรือ Ready-to-Eat (RTE) ที่แข่งขันสูงและเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ผู้ประกอบการที่ “คิดต่างและสร้างคุณค่าใหม่” มักเป็นผู้ที่สามารถขยายตลาดได้จริง หนึ่งในนั้นคือ ชณา วสุวัต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แวลู ซอร์สซิ่ง จำกัด (VSC) ผู้ก่อตั้งแบรนด์ รีโอส์ เดลิ (Reo’s Deli) จากเมนู ผักโขมอบชีสยอดนิยมในเซเว่น อีเลฟเว่น ที่เริ่มต้นจากครัวบ้านๆ และเติบโตสู่ยอดขายระดับร้อยล้าน ด้วย No-Bake Process นวัตกรรมที่ออกแบบเพื่อคุณภาพ–รสชาติ–ความสม่ำเสมอ พร้อมภาชนะถาดเยื่อพืชรักษ์โลก และการยกระดับผักโขมไทยทั้งระบบ ตั้งแต่ลูกค้า–คู่ค้า–เกษตรกร สู่ตลาด B2B และ Super Food ในอนาคต

 

 

จากครัวบ้านๆ สู่แบรนด์ Reo’s Deli พร้อม Vision ชัดเจนตั้งแต่วันแรก
แม้หลายคนยังลังเลกับเส้นทางชีวิต แต่ชณากลับเลือกสร้าง “ทางเดินของตัวเอง” อย่างชัดเจนตั้งแต่แรก เขาเติบโตมากับ ครอบครัวร้านอาหารฝรั่ง ทำให้คุ้นเคยกับอาหารยุโรปตั้งแต่วัยเด็ก แม้ศึกษาด้านนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แต่เขาตัดสินใจก้าวเข้าสู่วงการอาหารทันที

หลังเรียนจบ เขาได้รับโอกาสบริหารงานด้าน Food & Beverage ในโรงแรม และต่อยอดด้าน Hotel & Catering Management ที่ Westminster College ประเทศอังกฤษ ช่วงเวลานั้นทำให้เขาได้สัมผัสนวัตกรรมอาหารระดับสากล โดยเฉพาะ Cook-chilled method เทคโนโลยีสำคัญที่ใช้จัดงานเลี้ยงขนาดใหญ่ในยุโรป ซึ่งกลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญในการพัฒนา Reo’s Deli ปี 2009 จึงเป็นปีที่ก่อตั้งแบรนด์อาหารแช่เย็นพร้อมทานสไตล์ยุโรปภายใต้วิสัยทัศน์ว่า “อาหารที่ดีต้องทำให้ชีวิตลูกค้า ดีขึ้นได้จริง” แม้จะเริ่มจากธุรกิจ SME ขนาดเล็กก็ตาม

จุดกำเนิดเมนูซิกเนเจอร์ “ผักโขมอบชีส” จากเสียงของลูกค้าสู่สูตรที่ตอบโจทย์ครอบครัวยุคใหม่

ในช่วงเริ่มต้น ชณาได้พัฒนาสูตรร่วมกับพันธมิตรอย่างต่อเนื่อง จากไซส์ใหญ่สู่ไซส์เล็กที่สะดวกและอุ่นได้ง่าย แต่จุด เปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในงานแฟร์เล็กๆ เมื่อคุณแม่ท่านหนึ่งเล่าให้ฟังว่า “ลองเอาหอมใหญ่บดผสมสิ พี่ทำให้ลูกกิน เด็กกิน ง่ายกว่าเดิมมาก”

ประโยคนี้ทำให้เขาเห็นว่าความคาดหวังของครอบครัวไม่ได้ต้องการแค่อาหารที่ “อร่อยและสะดวก” แต่ต้องการอาหารที่ “ดีและใส่ใจ” ด้วย จึงเริ่มพัฒนาผลิตภัณฑ์โดยคำนึงถึงคุณภาพชีวิตของครอบครัวยุคใหม่เป็นหลัก

ปี 2019 เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญครั้งใหญ่ เมื่อ Reo’s Deli ขยายสู่โมเดล Ready-to-Eat ร่วมกับเซเว่น อีเลฟเว่น ซึ่งได้รับการตอบรับดีอย่างต่อเนื่อง ชณามักติดตามความคิดเห็นของลูกค้าผ่านโซเชียลอย่างสม่ำเสมอ และพบความคาดหวังด้านคุณภาพและความสม่ำเสมอ จึงทุ่มเทพัฒนาเทคโนโลยีใหม่เพื่อยกระดับประสบการณ์ของผู้บริโภคให้ดีที่สุด

ด้วยความมุ่งมั่นในการยกระดับคุณภาพ เขาพัฒนา No-Bake Process นวัตกรรมที่ช่วยคงรสชาติ–เนื้อสัมผัส–คุณภาพให้เสถียร เหมาะกับซัพพลายเชนขนาดใหญ่ ประกอบด้วย 1.เนื้อผักโขมครีมมี่ 2.ซอสชีสสูตรเฉพาะ 3. เลเยอร์ชีสที่ให้รสสัมผัสใกล้เคียงการอบที่สุดโดยไม่ต้องอบจริง ทำให้ Reo’s Deli กลายเป็นหนึ่งในแบรนด์ RTE ที่มีอัตราการเติบโตสูงรายหนึ่งของไทย ปัจจุบันมีสินค้าวางจำหน่ายในร้านเซเว่น อีเลฟเว่น จำนวน 4 รายการ ได้แก่ ผักโขมอบชีส ลาซานญ่าอบชีส มักกะโรนีชีสเบคอน และมันบดอบชีสซอสเกรวี่

จุดพีคของแบรนด์คือ ปี 2021 เปิดโรงงานใหม่ตามมาตรฐาน GHP และ HACCP เพื่อยกระดับนวัตกรรม No-Bake Process สามารถสร้างยอดขายแตะ 102 ล้านบาท ได้สำเร็จตามที่ตั้งเป้าไว้ และโตอย่างก้าวกระโดด ปี 2024 ยอดขายทะลุ 363 ล้านบาท และ Vision ล่าสุด ชณาตั้งเป้าก้าวสู่ธุรกิจพันล้าน ในปี 2027 พร้อมต่อยอดสู่ B2B เช่น ผักโขมผง กัมมี่ผักโขม เต้าหู้ผักโขม กลุ่มผลิตภัณฑ์สุขภาพ และการผลักดันผักโขมไทยให้เป็น Super Food โดยร่วมมือกับแพทย์แผนไทย นักโภชนาการ และนักวิจัยด้านอาหาร

โดยมีกลยุทธ์สร้างความยั่งยืน ผ่าน Value Creation: สร้างคุณค่าให้ครบวงจร ลูกค้า–คู่ค้า–เกษตรกร ดังนี้
1) ลูกค้า – ได้สินค้าที่อร่อย ปลอดภัย และเข้าถึงง่าย
– Reo’s Deli เลือกใช้นวัตกรรม No-Bake Process ที่พัฒนาคุณภาพให้เสถียร
– Reo’s Deli เลือกใช้บรรจุภัณฑ์แบบถาดเยื่อพืช (Pulp Tray) ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดพลาสติก 90% ย่อยสลายใน 60 วัน โดยร่วมกับ Thai Paper ภายใต้แบรนด์ Fest (SCGP) และ ซีพี ออลล์
– ปลอดภัยตามมาตรฐานสากล
2) คู่ค้า – ร่วมสร้างตลาด RTE ให้เติบโต
– Reo’s Deli ทำงานกับเซเว่น อีเลฟเว่น แบบพันธมิตรระยะยาว ไม่ใช่เพียงการขายสินค้า แต่เป็นการพัฒนานวัตกรรมร่วมกันเพื่อยกระดับตลาด RTE ไทยทั้งระบบ
3) เกษตรกร – การยกระดับคุณภาพผลผลิตอย่างยั่งยืน
– Reo’s Deli ใช้ผักโขม 2 ตันต่อเดือน ซึ่งช่วยสนับสนุนการปลูกผักโขมภายในประเทศเพื่อความยั่งยืน โดยมีการพัฒนามาตรฐานความปลอดภัยของวัตถุดิบ ด้วยการตรวจเชื้อ สารตกค้าง และโลหะหนักในทุกล็อต ขณะเดียวกันยังช่วยลดการนำเข้า เพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร ชุมชน คนในท้องถิ่น และลดคาร์บอนฟุตพริ้นต์

“SME ต้องคล่องตัว คิดต่าง และเติมเต็มจุดที่องค์กรใหญ่ต้องการพันธมิตรที่ขยับเร็ว เพื่อสร้างนวัตกรรมร่วมกันให้เกิด ผลลัพธ์ที่ดีต่อทั้งระบบ โลกวันนี้ให้รางวัลกับธุรกิจที่สร้างผลกระทบเชิงบวก ใช้เทคโนโลยีอย่าง AI เพื่อขยายโอกาส และ ใส่ใจกับทุกเสียงสะท้อนของลูกค้า เพื่อพัฒนาสินค้าที่ตอบโจทย์อย่างแท้จริง” ชณา ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Reo’s Deli กล่าวทิ้งท้าย

Share: