เอพี ไทยแลนด์ จับมือ มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดแนวคิด Toward a Sustainable Future ต่อยอด ‘หย่อมป่า’ ผลักดัน Biodiversity ในเมืองใหญ่

37
0
Share:

 

นายกิตติเชษฐ์ สถิตย์นพชัย รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์การตลาดองค์กรและดิจิทัล บริษัท เอพี ไทยแลนด์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า
“เอพี ไทยแลนด์ มองความยั่งยืนเป็นหนึ่งในกลยุทธ์หลักขับเคลื่อนองค์กรระยะยาว ซึ่งความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยมหิดลในครั้งนี้ ถือเป็นความร่วมมือภายใต้แนวคิด ‘Toward a Sustainable Future’ การพัฒนาพื้นที่ที่มุ่งสร้างสมดุลของสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศ เพื่อยกระดับการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ สู่การสร้างระบบนิเวศของการอยู่อาศัยที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านนิเวศเมืองและความหลากหลายทางชีวภาพ เข้ากับการออกแบบพื้นที่ชีวิตอย่างเป็นระบบและยั่งยืน

เรามุ่งหวังให้เกิดมาตรฐานใหม่ของการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่สามารถสร้าง Living Quality ควบคู่ไปกับความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม และการเป็นต้นแบบให้กับอุตสาหกรรมในอนาคต”

เหนือกว่าการสร้าง “พื้นที่สีเขียว” คือการออกแบบ “นิเวศวิทยาที่มีชีวิต”
ผลลัพธ์จากความร่วมมือในครั้งนี้ จะช่วยต่อยอดโครงการ ‘หย่อมป่า’ ต้นแบบการยกระดับพื้นที่สีเขียวจากงานภูมิทัศน์เพื่อความสวยงาม สู่การวาง “โครงสร้างพื้นฐานสีเขียว” (Green Infrastructure) ที่ใช้งานได้จริงในโครงการที่อยู่อาศัยของเอพี ด้วยแนวคิด “การออกแบบพื้นที่สีเขียวเชิงนิเวศ” (Ecological Landscape Design) เรามุ่งมั่นสร้างสมดุลใหม่ให้พื้นที่ส่วนกลาง เพื่อให้ลูกบ้านได้ใช้ประโยชน์อย่างเต็มประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการฟื้นฟูระบบนิเวศเมืองอย่างยั่งยืน ผ่าน 3 แนวทางการออกแบบเพื่อความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity)

3 แนวทางการออกแบบพื้นที่สีเขียว เพื่อความหลากหลายทางชีวภาพ
1. Design for Ecosystem ออกแบบพื้นที่สีเขียวให้ ทำงานและขับเคลื่อนระบบนิเวศได้จริง ไม่ใช่เพียงแค่ทัศนียภาพที่สวยงาม พื้นที่สีเขียวเชิงนิเวศนี้จะทำหน้าที่เป็นปอดของโครงการ ช่วยลดปรากฏการณ์เกาะความร้อนของเมือง (Urban Heat Island Effect) ดักจับฝุ่นละออง PM2.5 กักเก็บคาร์บอน ตลอดจนสร้างสุขภาวะที่ดีและเชื่อมโยงชีวิตของลูกบ้านเข้ากับธรรมชาติในทุกวัน

2. Multi-tiered Planting จัดวางพรรณไม้เลียนแบบป่าธรรมชาติแบบ “หลายชั้นความสูง” ตั้งแต่ไม้คลุมดิน ไม้พุ่ม ไม้เลื้อย ไปจนถึงไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ที่มีอัตลักษณ์โดดเด่นทั้งในเรื่องรูปทรง สีสัน และกลิ่นหอม ความซับซ้อนของระดับโครงสร้างต้นไม้เหล่านี้จะทำหน้าที่เป็นทั้งแหล่งอาหารและพื้นที่หลบภัย ช่วยดึงดูดนกนานาชนิดรวมถึงแมลงผสมเกสรให้กลับคืนสู่เมือง พร้อมทำหน้าที่เป็นพื้นที่เชื่อมต่อทางนิเวศวิทยาด้วย

3. Urban Fit & Native Resilient เลือกใช้พันธุ์ไม้ท้องถิ่น (Native Plants) ดอกไม้ไทยที่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว หรือมีสีสันที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาลอย่างเป็นธรรมชาติ มีความต้านทานโรคสูง ทนทานต่อสภาพแวดล้อมเมือง และระบบรากปลอดภัยไม่ทำลายโครงสร้างวิศวกรรม ไม่ว่าจะเป็นแนวริมถนน คอนโดมิเนียม หรือสวนบนดาดฟ้า (Rooftop Garden) เพื่อสร้างระบบนิเวศที่พึ่งพาตนเองได้และลดภาระการจัดการภูมิทัศน์ในระยะยาว

THE CITY บางนา 3 ต้นแบบบ้านเดี่ยวในเมือง ที่ออกแบบเพื่อชีวิตคุณภาพในระยะยาว
THE CITY บางนา 3 หนึ่งในตัวอย่างโครงการแนวราบที่นำแนวคิด ‘หย่อมป่า’ มาต่อยอด หลังจากความสำเร็จของคอนโดมิเนียมโครงการ LIFE สาทร-เซียร์ร่า ที่ได้รับรางวัล Good Design Award (G-Mark) จากประเทศญี่ปุ่น จากความโดดเด่นด้านการออกแบบพื้นที่สีเขียวที่ผสานแนวคิดความหลากหลายทางชีวภาพเข้ากับการอยู่อาศัยอย่างเป็นระบบ

ความสำเร็จดังกล่าวได้ถูกนำมาต่อยอดสู่ THE CITY บางนา 3 ผ่านการพัฒนาพื้นที่สีเขียวในลักษณะ “ระบบนิเวศขนาดย่อม” (Urban Micro Ecosystem) ที่ผสานโครงสร้างพืชพรรณแบบหลายชั้น ตั้งแต่ไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ที่ให้ร่มเงา ไม้พุ่ม และไม้คลุมดิน เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการอยู่อาศัยของทั้งผู้อยู่อาศัยและสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศเดียวกัน

“จุดมุ่งหมายของความร่วมมือในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงเพื่อพัฒนาแนวทางการพัฒนาโครงการเครือเอพีเพียงเท่านั้น แต่คือจุดเริ่มต้นในการวางรากฐานของการพัฒนาเมืองในอนาคต ที่ผสานการอยู่อาศัยที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีเข้ากับการสร้างระบบนิเวศอย่างสมดุล” นายกิตติเชษฐ์ กล่าวเสริม

Share: