I.P. One ผนึกกำลัง BUZZEBEES ทรานส์ฟอร์ม E-Commerce ด้วย Data-Driven ปั้น Full-Funnel Ecosystem ดันยอดขายครึ่งปีแรกเติบโตแบบก้าวกระโดด
บริษัท ไอ.พี. วัน จำกัด (I.P. One) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคชั้นนำ (FMCG) เจ้าของแบรนด์ ไฮยีน (Hygiene), วิกซอล (Vixol), วิซ (Whiz), แดนซ์ (Dance) และโฟกัส (Focus) ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญในการทรานส์ฟอร์มธุรกิจดิจิทัล ด้วยการยกระดับ E-Commerce ให้เป็นมากกว่าช่องทางการจัดจำหน่าย โดย I.P. One ได้ร่วมมือกับ BUZZEBEES ในฐานะ Strategic Partner เพื่อร่วมกันต่อยอด E-Commerce Ecosystem ให้สามารถเชื่อมโยง Commerce, Data และ CRM และสร้างโอกาสใหม่ในการเติบโตของธุรกิจ ส่งผลให้ในครึ่งปีแรกของปี 2026 (H1 2026) ยอดขายรวม (GMV) บนช่องทาง E-Commerce เติบโตทะลุเป้าแบบก้าวกระโดด
![]()
เจาะลึกพฤติกรรมผู้บริโภคด้วย First-party Data แบบ Real-time
หัวใจสำคัญของการเติบโตในยุคดิจิทัล คือการเข้าใจลูกค้าอย่างลึกซึ้งในทุกๆ Customer Journey โดย คุณธิติ ธเนศวรกุล Chief Operating Officer – Domestic Business Group บริษัท ไอ.พี. วัน จำกัด (I.P. One) เผยว่า “ปัจจุบัน E-Commerce มีบทบาทมากกว่าการเป็นช่องทางขาย เพราะเป็นแหล่งข้อมูลที่ทำให้แบรนด์เข้าใจผู้บริโภคได้แบบ Real-time ทุกพฤติกรรมบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการค้นหา การเลือกซื้อ หรือการกลับมาซื้อซ้ำ ล้วนเป็น First-party Data ที่สำคัญ เปลี่ยนข้อมูลให้เป็นกลยุทธ์ที่เฉียบคม ทั้งในด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรม การวางแผนแคมเปญ และการสื่อสารแบรนด์ เพราะเราเชื่อมั่นว่า การเติบโตที่ยั่งยืนไม่ได้เกิดจากการมีข้อมูลมากที่สุด แต่เกิดจากการนำข้อมูลมาใช้สร้างคุณค่าให้กับผู้บริโภคได้จริง“
สำหรับ I.P. One ที่มีหลายแบรนด์และหลาย SKUs ความท้าทายไม่ได้อยู่ที่จำนวนสินค้า แต่อยู่ที่การสร้างการเติบโตให้กับทั้ง Portfolio เพราะแต่ละแบรนด์มี Consumer Journey และกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกัน I.P. One จึงให้ความสำคัญกับการใช้ First-party Data และ Consumer Insight เพื่อกำหนดกลยุทธ์ที่เหมาะสมกับแต่ละแบรนด์ และทำงานร่วมกับ HIVE Commerce จาก BUZZEBEES ในการนำกลยุทธ์เหล่านั้นไปต่อยอดสู่ Execution บน E-Commerce อย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งแต่การบริหาร Marketplace แคมเปญ ไปจนถึงระบบหลังบ้าน เพื่อให้ทุกส่วนทำงานเชื่อมโยงกันอย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาดได้อย่างรวดเร็ว
ในขณะเดียวกัน การมองหาพาร์ตเนอร์ที่ตอบโจทย์ไม่ได้หยุดอยู่แค่ความสามารถในการบริหารร้านค้าบน Marketplace แต่ต้องสามารถสร้างประสบการณ์แบบครบวงจรและพร้อมเติบโตไปด้วยกันในระยะยาว คุณไมเคิล เชน Chief Executive Officer บริษัท บัซซี่บีส์ จำกัด (BUZZEBEES) ได้กล่าวถึงวิสัยทัศน์ความร่วมมือในครั้งนี้ว่า “สำหรับ I.P. One พาร์ตเนอร์คือคนที่กล้าคิด กล้าเสนอสิ่งใหม่ และพร้อมเติบโตไปด้วยกัน ความร่วมมือกับ I.P. One สะท้อนให้เห็นถึงจุดแข็งของ HIVE Commerce ที่ไม่ได้เป็นเพียงผู้ให้บริการ แต่เป็นพาร์ตเนอร์ที่เชื่อมโยง Commerce, Data และ CRM เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อเปลี่ยนทุกการมีปฏิสัมพันธ์ให้เป็นคุณค่าระยะยาว ทั้งสำหรับผู้บริโภคและการเติบโตของแบรนด์”
เปิดสถิติครึ่งปีแรก ปี 2026 ทะยานสู่การเติบโตแบบ Full-Funnel
การขับเคลื่อนธุรกิจด้วย Data-Driven ร่วมกับระบบ Ecosystem ที่แข็งแกร่ง ทำให้ให้ I.P. One สามารถวางกลยุทธ์และตอบสนองต่อพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2026 เราเห็น Momentum ที่ดีในหลายมิติของช่องทางออนไลน์ ตั้งแต่การเข้าถึงผู้บริโภค การเปลี่ยน Traffic สู่ Transaction ไปจนถึงการขยายตัวของช่องทางสำคัญ ซึ่งสะท้อนผ่านผลลัพธ์ที่น่าสนใจ ได้แก่:
• ยอดขาย (GMV) เฉพาะฝั่ง Marketplace เติบโตเกือบ 70% สะท้อนบทบาทที่แข็งแรงขึ้นของช่องทางหลัก
• ช่องทาง Tiktok เติบโตกว่า 40% โดยกลยุทธ์ Affiliate มีบทบาทสำคัญ คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 80% ของยอดขายบน TikTok สะท้อนโอกาสจากการเชื่อมโยง Commerce, Creator, Content และ Data เข้าด้วยกัน
• จำนวนผู้ชม (Visitors) และจำนวนผู้ซื้อ (Buyers) เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว แสดงให้เห็นถึงความสำคัญในการขยายฐานผู้บริโภคบนช่องทางออนไลน์
• ปริมาณคำสั่งซื้อ (Orders) เติบโตอย่างก้าวกระโดด สะท้อนถึงการตอบรับของผู้บริโภคและกลยุทธ์ในการเปลี่ยนความสนใจไปสู่การซื้อได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ
ความสำเร็จดังกล่าวเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น เพราะก้าวต่อไปของ I.P. One และ BUZZEBEES คือการต่อยอดจาก E-Commerce ไปสู่กลยุทธ์ CRM และ Customer Engagement อย่างเต็มรูปแบบ โดยมองว่าความสำเร็จของ E-Commerce ไม่ได้จบลงเมื่อผู้บริโภคกดสั่งซื้อ แต่นี่คือจุดเริ่มต้นในการนำข้อมูลและความเข้าใจจากทุก Touchpoint มาต่อยอดสร้างความสัมพันธ์ การนำข้อมูลจาก Commerce มาผสานเข้ากับระบบ CRM และ Loyalty จะช่วยให้แบรนด์สามารถเปลี่ยนการซื้อเพียงครั้งเดียวให้กลายเป็นความสัมพันธ์ระยะยาว สร้างประสบการณ์ที่ตอบโจทย์เฉพาะบุคคล และเพิ่ม Customer Lifetime Value ให้กับแบรนด์ได้อย่างยั่งยืน
ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงการทำงานแบบ Full-Funnel Growth อย่างแท้จริง ที่เชื่อมโยงตั้งแต่การดึงดูดลูกค้า (Acquisition) การสร้างยอดขาย (Conversion) ไปจนถึงการรักษาความภักดี (Loyalty) ซึ่งเปลี่ยนกรอบแนวคิดจากการบริหารช่องทางขายระยะสั้น สู่การเข้าใจผู้บริโภคเพื่อเป้าหมายการยกระดับอุตสาหกรรมค้าปลีกไทยให้แข็งแกร่งต่อไปในอนาคต