LINE ลงพื้นที่บุกอีสาน ชี้ 5 แนวคิดขับเคลื่อนธุรกิจยุคใหม่ เติบโตอย่างยั่งยืนฝ่าความท้าทาย

20
0
Share:

LINE for Business เดินหน้าสนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่น ลงพื้นที่บุกภาคอีสาน ร่วมเป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้ด้านธุรกิจและเทคโนโลยีผ่าน 2 เวทีใหญ่ จับมือหลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต (MBA) มหาวิทยาลัยขอนแก่น และ The Secret Sauce Business Weekend อีสาน 2026 แบ่งปันแนวคิดและแนวทางการใช้ LINE Solutions ช่วยให้ธุรกิจเติบโตฝ่าความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงในโลกยุคใหม่

 

 

คุณสกุลรัตน์ ตันยงศิริ ผู้อำนวยการธุรกิจ Official Account และธุรกิจ SME จาก LINE ประเทศไทย กล่าวว่า “ภาคอีสานเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจของไทย ทั้งจากการเติบโตของกลุ่มผู้ประกอบการ SME รุ่นใหม่ และกำลังซื้อของผู้บริโภคในพื้นที่ ซึ่งล้วนเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจท้องถิ่น

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการยังคงต้องเผชิญความท้าทายจากสภาพเศรษฐกิจ ต้นทุนที่สูงขึ้น และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว การนำเทคโนโลยีและข้อมูลมาใช้จึงเป็นกุญแจสำคัญช่วยให้ธุรกิจ ‘เข้าใจ’ และ ‘ตอบสนอง’ พฤติกรรม ความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างทันท่วงที และเติบโตได้อย่างยั่งยืน โดย LINE พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการไทยด้วยเครื่องมือและองค์ความรู้ ช่วยให้ธุรกิจปรับตัวและเติบโตได้อย่างมั่นใจ ในยุคที่การซื้อขายขับเคลื่อนผ่านโลกดิจิทัลมากขึ้น ทั้งการค้นหาข้อมูล สอบถาม และตัดสินใจซื้อผ่านแชท”

5 แนวคิดหลักขับเคลื่อนธุรกิจไทย เติบโตอย่างยั่งยืนฝ่าความท้าทาย
1. Branding & Fandom สร้างแบรนด์ที่ลูกค้าจดจำได้
การสร้างแบรนด์ไม่ได้จบแค่การทำให้คนรู้จัก หรือประทับใจแค่จากโปรโมชัน แต่คือการสร้างความเชื่อมั่น ว่าแบรนด์มีความรู้สึก ค่านิยมที่ตรงกัน ด้วยเรื่องราวและประสบการณ์ที่นำเสนอให้ลูกค้าประทับใจ ลูกค้าจดจำและไว้ใจแบรนด์จนกลายเป็นฐานแฟนที่นอกจากซื้อครั้งแรกแล้วยังอยากซื้อซ้ำ และบอกต่อให้ในที่สุด โดยจากผลการศึกษาของ McKinsey & Company ระบุว่า 81% ของผู้บริโภคจะเลือกซื้อสินค้าจากแบรนด์ที่ตนเชื่อมั่น การเพิ่มฐานแฟน ฐานลูกค้าประจำขึ้นแค่ 5% สามารถเพิ่มทำไรได้ถึง 95% รวมถึงการทำ Branding ที่ดี ยังสามารถช่วยลดต้นทุนการหาลูกค้าใหม่ได้ถึง 35%

2. Customer Insight ใช้ข้อมูลสร้างแต้มต่อทางธุรกิจให้เป็น
ข้อมูลลูกค้าถือเป็นสินทรัพย์สำคัญสำหรับธุรกิจในยุคปัจจุบัน ช่วยให้ธุรกิจเข้าใจความต้องการของลูกค้าได้อย่างแท้จริง โดยแบรนด์ไม่ควรละเลยในการเก็บข้อมูลเพื่อสร้างรากฐานให้ธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลเบื้องต้นทั่วไป ไปจนถึงพฤติกรรมการซื้อสินค้า ช่วงเวลา ประเภทสินค้าที่ลูกค้าสนใจ ฯลฯ แล้วนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์เป็น ‘แต้มต่อ’ ทั้งในเชิงการสื่อสาร สร้างเรื่องราวที่โดนใจเพื่อเสริม Branding ภาพจำที่ดีขึ้นได้ และในเชิงการตลาด พัฒนาประสบการณ์และโปรโมชันให้ ‘ตรงใจ’ และ ‘ตรงกลุ่ม’ กว่าเดิม เช่น การแบ่งกลุ่มลูกค้าตามพฤติกรรม ความชื่นชอบ ตามข้อมูลพฤติกรรมที่ได้จาก LINE OA หรือ MyShop มาเป็นกลุ่มเป้าหมายสำหรับยิงโฆษณาผ่าน LINE Ads รวมถึงการทำ Retargeting เป็นต้น

โดยข้อมูลของ McKinsey & Company พบว่า การเก็บและใช้ข้อมูลลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยเพิ่มโอกาสสร้าง Customer Loyalty สูงกว่าแบรนด์ทั่วไปถึง 9 เท่า เพิ่มโอกาสได้ลูกค้าใหม่มากกว่า 23 เท่า และมีโอกาสทำกำไรสูงขึ้นถึง 19 เท่าเลยทีเดียว

3. Authentic Content สื่อสารอย่างจริงใจ ลดการปรุงแต่ง
ผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญกับแบรนด์ที่สื่อสารอย่าง ‘ตรงไปตรงมา’ สะท้อนตัวตนได้อย่าง ‘จริงใจ’ คอนเทนต์จึงควรเป็นเรื่องราวที่สร้างคุณค่าของผลิตภัณฑ์และแบรนด์ควบคู่กัน ไม่มุ่งขายสินค้า โปรโมชันเพียงอย่างเดียว ตัวอย่างแบรนด์ Sweet & Green ฟาร์มผักและผลไม้ออร์แกนิก ที่ใช้วิดีโอเล่าเรื่องราวเบื้องหลังวิถีการปลูกผักในรูปแบบที่ง่ายแต่จริงใจ ดึงดูดความสนใจและความเชื่อมั่นจากลูกค้าได้ แต่ทั้งนี้ แบรนด์ต้องไม่ลืมสร้าง Journey หรือประสบการณ์การซื้อที่รองรับลูกค้าให้ประทับใจด้วยเช่นกัน อย่างแบรนด์ Sweet & Green ที่มีการสร้างหน้าร้านออนไลน์ พร้อมให้ลูกค้าสั่งซื้อลิสต์ผักที่ต้องการได้ง่ายๆ ผ่าน MyShop และเมื่อซื้อเสร็จ ยังมีระบบสะสมแต้มที่สร้างผ่าน MyCustomer | CRM ช่วยให้ลูกค้าอยากกลับมาซื้อซ้ำ

4. Agentic & Integrated AI ใช้ AI เพิ่มประสิทธิภาพได้ แต่ไม่แทนที่
AI นับเป็นอีกหนึ่งเทรนด์ที่แบรนด์ยุคใหม่กำลังให้ความสำคัญ แต่การใช้ AI อย่างมีประสิทธิภาพนั้นไม่ใช่การนำมาใช้งานแทนที่มนุษย์ เพราะผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน ยังคงต้องการ ‘Human Touch’ หรือปฎิสัมพันธ์ การพูดคุย การซื้อขายที่ตอบสนองได้อย่างตรงใจในฐานะมนุษย์ด้วยกัน บริบทการใช้ AI จึงควรเป็นในฐานะผู้ช่วยในการคิด วิเคราะห์ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถตัดสินใจได้อย่างเฉียบคม แม่นยำ บนพื้นฐานของข้อมูลที่ครอบคลุมและชัดเจน และเพื่อลดภาระงานที่ซ้ำซ้อน ให้ทีมงานสามารถขายสินค้า ให้บริการลูกค้าได้อย่างคล่องตัว มีประสิทธิภาพขึ้น

5. Resilience & Agility เตรียมพร้อมรับทุกความเปลี่ยนแปลง
ที่ผ่านมาโลกเผชิญความไม่แน่นอนอย่างต่อเนื่อง ทั้งโควิด-19 ภัยธรรมชาติ ไปจนถึงสงครามระดับโลก ผู้ประกอบการจึงไม่ควรรอให้ปัญหาเกิดขึ้นแล้วค่อยปรับตัว แต่ต้องเตรียมความพร้อมล่วงหน้า ทั้งการสร้างแบรนด์ที่แข็งแรง การมีฐานข้อมูลลูกค้าที่เป็นของตนเอง และการวางระบบธุรกิจที่แข็งแกร่ง โดยอาศัยเทคโนโลยี เครื่องมือดิจิทัลมาช่วยให้สามารถสื่อสาร เข้าถึง เข้าใจ และดูแลลูกค้าได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ธุรกิจสามารถรับมือได้ทุกความเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

ถอดสูตร 2 แบรนด์ไทย เปลี่ยน ‘ข้อมูล’ ให้เป็นการเติบโต ชนะใจลูกค้าแดนอีสาน

LINE for Business ยังได้ชวนผู้ประกอบการ 2 แบรนด์ไทยที่ประสบความสำเร็จในตลาดอีสาน มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์การนำข้อมูล เทคโนโลยี และความเข้าใจลูกค้า มาต่อยอดการเติบโตให้ธุรกิจ

ธาราริน คลินิก ธุรกิจคลินิกความงามดั้งเดิมในจังหวัดมหาสารคาม ที่ปัจจุบันขยายสาขาครอบคลุมรวม 3 จังหวัดทั่วภาคอีสาน ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ต้องการเข้าถึงบริการด้านความงามระดับพรีเมียมโดยไม่ต้องเดินทางเข้ากรุงเทพฯ โดยให้ความสำคัญกับการเก็บข้อมูลและวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า พร้อมทำ Segmentation อย่างเป็นระบบผ่าน LINE เพื่อนำไปวางแผนการตลาดและการสื่อสารได้แบบตรงจุด และรักษามาตรฐานการดูแลลูกค้าตลอด Journey ได้ตรงใจ มีการสื่อสารแบบ Personalize ผ่าน LINE OA โดยอาศัยข้อมูลจากการติด Chat Tag และ Note สำหรับลูกค้าแต่ละคนไว้ ทำให้ทีมงานสามารถบริหารจัดการ ดูแล และติดตามลูกค้าแต่ละรายได้อย่างลื่นไหลและมีประสิทธิภาพ

KOUEN แบรนด์บุฟเฟ่ต์ญี่ปุ่นพรีเมียมจากกรุงเทพฯ ที่ขยายสาขาสู่ 2 เมืองใหญ่ในภาคอีสาน เน้นให้ความสำคัญกับการนำข้อมูลจากการพูดคุยกับลูกค้าผ่านแชทมาใช้เป็นหัวใจในการพัฒนาธุรกิจ โดยเปรียบ LINE OA เป็นเสมือน ‘ห้องสมุด’ หรือคลังข้อมูลลูกค้า แหล่งรวบรวมข้อมูลไม่เพียงแค่พฤติกรรมการซื้อสินค้าหรือใช้บริการเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความคิดเห็น ความต้องการจริงจากลูกค้า ที่แบรนด์นำมาวิเคราะห์ เพื่อต่อยอดการสื่อสารคอนเทนต์ โปรโมชันไปยังแต่ละกลุ่มเป้าหมายได้ ผ่านการบรอดแคสต์หาคนเฉพาะกลุ่มผ่าน LINE OA ไปจนถึงการให้บริการให้เหมาะกับลูกค้าในแต่ละพื้นที่ แต่ละกลุ่ม Segment พร้อมช่วยให้ทีมสามารถติดตาม ดูแล แก้ไขปัญหา ให้ความช่วยเหลือลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว ทันท่วงที เมื่อเกิดข้อร้องเรียนหรือความไม่พึงพอใจ ยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าผ่านการรับฟังและใส่ใจ โดยอาศัยข้อมูลและเทคโนโลยี

ทั้งสองแบรนด์สะท้อนให้เห็นว่า การเติบโตของธุรกิจในยุคดิจิทัล ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสินค้าและบริการเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการเข้าใจลูกค้า ผ่านการใช้ข้อมูล เทคโนโลยี เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ทุกช่วงของ Customer Journey ได้ โดย LINE for Business พร้อมเดินหน้าสนับสนุนผู้ประกอบการไทยในทุกภูมิภาค ผ่านแพลตฟอร์ม โซลูชัน และการส่งต่อองค์ความรู้ เพื่อช่วยให้ทุกธุรกิจสามารถนำเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้ได้อย่างเหมาะสม ปรับตัวรับทุกความเปลี่ยนแปลง และสร้างการเติบโตได้อย่างยั่งยืน

Share: