MPJ ปรับกลยุทธ์ราคา ดึง ERP SYSTEM ยกระดับการบริหารจัดการต้นทุน ดันผลงานไตรมาส 2/2569 สดใส ดันเป้านี้แตะ 1,264 ล้านบาท

28
0
Share:

บมจ.เอ็ม พี เจ โลจิสติกส์ (MPJ) ส่งซิกผลงานไตรมาส 2/2569 โตแกร่ง หลังประกาศ ปรับกลยุทธ์ราคารับต้นทุนพุ่ง พร้อมนำ ERP SYSTEM ยกระดับการบริหารจัดการและการควบคุมต้นทุน พร้อมอัดงบลงทุน 1,140 ล้านบาท ขยายขีดความสามารถการแข่งขันใน 4 กลุ่มธุรกิจหลัก รองรับการเติบโตของโครงสร้างพื้นฐานและความต้องการที่เพิ่มในพื้นที่ EEC หนุนรายได้รวมปี 2569 แตะ 1,264 ล้านบาท เติบโต 18%

 

 

นายไพรัต ภูฆัง (ซ้าย) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายบัญชีและการเงิน และ นางสาวชลธิชา ประดิษฐกุล (ขวา) ผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์ข้อมูลการเงิน บริษัทเอ็ม พี เจ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ MPJ ผู้นำโลจิสติกส์แบบครบวงจรและผู้นำด้านบริหารลานตู้คอนเทนเนอร์ ร่วมนำเสนอข้อมูลภายในงานบริษัทจดทะเบียนพบนักลงทุน (Earnings call) พร้อมตอกย้ำทิศทางธุรกิจสู่เป้าหมายการเติบโต ของรายได้รวมในปีนี้ที่ระดับ 1,264 ล้านบาท เติบโต 18% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (YoY) โดยตั้งแต่ไตรมาส2/2569 ที่ผ่านมา บริษัทฯ เร่งขับเคลื่อนสู่การปรับกลยุทธ์ด้านราคาเพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น พร้อมนำเทคโนโลยี ERP SYSTEM ซึ่งเป็นระบบซอฟต์แวร์ เข้ามาช่วยบริหารจัดการทรัพยากร เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลต้นทุนเข้าร่วมในการบริหารจัดการ เพื่อควบคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ สู่ผลลัพธ์ผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/2569 ที่คาดว่าจะเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

MPJ เร่งเดินเกมรุกทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ผ่านการขับเคลื่อน 4 กลุ่มธุรกิจหลัก โดยเฉพาะโครงการลานตู้คอนเทนเนอร์ใหม่ทั้ง 2 แห่ง ได้แก่ โครงการลานตู้คอนเทนเนอร์แหลมฉบัง 2 และโครงการลานตู้คอนเทนเนอร์ลาดกระบัง พร้อมวางงบลงทุนกว่า 1,140 ล้านบาท เพื่อรองรับการเติบโตในอีก 2-3 ปี ข้างหน้า สู่การยกระดับการให้บริการที่ครอบคลุมด้านการขนส่งโลจิสติกส์ได้ครบทุกมิติ เพื่อให้สอดคล้องกับการขยายโครงสร้างพื้นฐาน และความต้องการของกลุ่มค้าที่เพิ่มขึ้นในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC)

ธุรกิจบริหารการจัดเก็บตู้คอนเทนเนอร์ : บริษัทฯ ตั้งเป้ารายได้ปีนี้ 478 ล้านบาท เติบโต 40% (YoY) และงบลงทุน 380 ล้านบาท เพื่อลงทุนโครงการลานตู้คอนเทนเนอร์แหลมฉบัง 3 พื้นที่ 28 ไร่ มูลค่าการงบลงทุน 380 ล้านบาท เพื่อเพิ่มความสามารถในการรองรับตู้คอนเทนเนอร์อีก 200,000 TEUs ต่อปี โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างเจรจาซื้อที่ดิน ซึ่งคาดว่าจะเสร็จสิ้นครึ่งปีหลังของปี 2569 และจะเริ่มให้บริการในไตรมาส1/2570

ธุรกิจการให้บริการขนส่งทางบกต่อเนื่องกับท่าเรือ : ตั้งเป้ารายได้ปีนี้ 525 ล้านบาท และ งบลงทุน 70 ล้านบาท โดยวางแผนจัดหารถขนส่งชุดใหม่ในช่วงไตรมาส 2/2569 และไตรมาส 3/2569 พร้อมวางแผนนำรถหัวลากไฟฟ้า (EV Truck) มาให้บริการขนส่งสินค้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ การดำเนินงานและลดต้นทุนระยะยาว

ธุรกิจให้บริการจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ : ตั้งเป้ารายได้ปีนี้ 230 ล้านบาท เติบโต 28% (YoY) โดยมุ่งเน้นการขยายส่วนแบ่งการตลาดในกลุ่มประเทศเอเชีย ที่มีศักยภาพการเติบโต อยู่ในระดับสูง และรุกเข้าสู่บริการ NVOCC (Non-Vessel Operating Common Carrier) เพื่อเป็นตัวกลางจัดการขนส่งครบวงจร

ธุรกิจการให้บริการให้เช่าคลังสินค้า : ตั้งเป้ารายได้ปีนี้ 31 ล้านบาท และงบลงทุน 690 ล้านบาท แบ่งเป็นลงทุนโครงการคลังสินค้าระยอง 2 บนพื้นที่ 18 ไร่ จำนวน 265 ล้านบาท โดยจะเริ่มก่อสร้างภายในไตรมาส 4/2569 และเริ่มเปิดให้บริการไตรมาส 4/2570 ขณะที่โครงการคลังสินค้าแหลมฉบัง2 บนพื้นที่ 25 ไร่ จะใช้งบลงทุน 425 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจาซื้อที่ดิน และคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในไตรมาส 4/2571

นอกจากนี้ ยังรายงานงบผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 ว่า บริษัทฯ มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 23.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.2% เทียบจากงวดไตรมาสที่ผ่านมา (QoQ) และมีรายได้จากการให้บริการ 279.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% (QoQ) แบ่งเป็น ธุรกิจบริหารการจัดเก็บตู้คอนเทนเนอร์อยู่ที่ 105.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.1% (QoQ), ธุรกิจให้บริการจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศอยู่ที่ 45.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.2% (QoQ), ธุรกิจการให้บริการขนส่งทางบกต่อเนื่องกับท่าเรืออยู่ที่ 121.9 ล้านบาท และธุรกิจ การให้บริการให้เช่าคลังสินค้าอยู่ที่ 7.4 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นการเติบโตสวนกระแสภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่อยู่ระหว่างการฟื้นตัว รวมถึงวิกฤตสงครามที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน

TagsMPJ
Share: