เจาะลึกวงเสวนา “อนาคตครีเอเตอร์ไทยสู่สากล” พลิกไอเดียสร้างสรรค์สู่มูลค่าธุรกิจระดับโลก
ในยุคที่ Soft Power และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (Creative Economy) กำลังก้าวขึ้นเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก งานแถลงข่าวการจัดงาน Thailand Character and Content Expo 2026 (TCEX 2026) ณ SCBx NEXT TECH สยามพารากอน ได้เปิดเวทีเสวนาพิเศษในหัวข้อ “อนาคตครีเอเตอร์ไทยสู่สากล” หนึ่งในไฮไลต์ของงาน โดยรวบรวมผู้ทรงคุณวุฒิจาก 5 ภาคส่วนได้แก่ ภาครัฐ คาแรกเตอร์ดีไซน์ คอนเทนต์ เกม และสมาคมการค้า มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและถ่ายทอดประสบการณ์ เพื่อชี้ให้เห็นว่า “งานสร้างสรรค์” จะต่อยอดสู่ “มูลค่าทางธุรกิจ” ที่แข่งขันในระดับโลกได้อย่างไร
![]()
สาระสำคัญจากเวทีเสวนาครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการแบ่งปันประสบการณ์ของแต่ละภาคส่วน แต่ยังสะท้อน “เส้นทางการเติบโต” ของ Character และ Content ไทย ตั้งแต่การปกป้องทรัพย์สินทางปัญญา การสร้างเอกลักษณ์ของผลงาน การพัฒนาคอนเทนต์ที่สร้างฐานผู้ติดตาม การต่อยอดสู่ตลาดโลก ไปจนถึงการสร้าง Ecosystem ที่แข็งแรงเพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทยอย่างยั่งยืน
ปักหมุดคิดแบบ IP ตั้งแต่วันแรก เพราะช้าไปมีสิทธิ์เปลี่ยนมือ
นางสาววิภัชบุญ กล่าวสุนทร ผู้อำนวยการกองลิขสิทธิ์ ตัวแทนจากกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวว่า สิ่งที่ครีเอเตอร์ไทยมักมองข้ามคือการปกป้องสิทธิ์ในผลงานของตนเอง แม้กฎหมายลิขสิทธิ์จะคุ้มครองทันทีที่มีการสร้างสรรค์ผลงานโดยไม่ต้องจดทะเบียน แต่การแจ้งข้อมูลไว้กับกรมทรัพย์สินทางปัญญา (DIP) หรือศูนย์ให้คำปรึกษาด้านทรัพย์สินทางปัญญา (IPAC) ถือเป็นหลักฐานสำคัญในการดำเนินธุรกิจ
ไม่ว่าจะเป็นคาแรกเตอร์ คอนเทนต์ หรือเกม ล้วนเป็นทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ที่มีรูปแบบการคุ้มครองแตกต่างกัน ครีเอเตอร์จึงควรบริหารจัดการสิทธิและวางแผนเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาตั้งแต่เริ่มสร้างผลงาน ไม่ต้องรอให้ธุรกิจเติบโต เพราะการปกป้อง IP ไม่ใช่ภาระ แต่เป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยต่อยอดไอเดียสู่มูลค่าทางธุรกิจได้อย่างมั่นคง
เมื่อมี “เกราะป้องกัน” ให้กับผลงานแล้ว คำถามสำคัญต่อมาคือ จะสร้างคาแรกเตอร์อย่างไรให้โดดเด่นและเป็นที่จดจำในตลาดโลก
นอกเหนือจาก “ความน่ารัก” คือ Story และ Element ที่แตกต่าง
นายพิชญะ นิธิไพศาลกุล หรือกอล์ฟ พิชญะ ศิลปินชาวไทย ในฐานะตัวแทนจาก Character & Art กล่าวว่า ความน่ารักเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะทำให้งานสร้างสรรค์อยูรอดในระยะยาว การสร้างคาแรกเตอร์ก็ไม่ต่างจากการทำเพลง ที่ต้องกล้าเติม Element หรือดีเอ็นเอใหม่ๆ เพื่อสร้างความโดดเด่นและแตกต่าง
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผู้คนจดจำและผูกพันกับคาแรกเตอร์คือ Storytelling เพราะเรื่องราวคือสิ่งที่เชื่อมโยงผู้คนเข้ากับผลงาน ขณะเดียวกัน ครีเอเตอร์ต้องมี mindset ในการปกป้องผลงานของตนเอง เพราะไม่มีใครรู้ว่าไอเดียที่สร้างขึ้นในวันนี้จะเติบโตไปได้ไกลเพียงใดในอนาคต จึงไม่ควรปล่อยให้ความประมาทเปิดโอกาสให้ผู้อื่นนำแนวคิดไปจดสิทธิ์ก่อน แต่ท้ายที่สุด คาแรกเตอร์ที่ดีจะสร้างมูลค่าได้จริง ก็ต่อเมื่อมี “เรื่องราว” ที่ทำให้ผู้คนรู้สึกผูกพัน และพร้อมติดตามอย่างต่อเนื่อง
พลังขับเคลื่อนไร้ขีดจำกัดของ Fandom และ Community
นายนพณัช ชัยวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการฝ่าย Content Production บริษัท GMMTV ตัวแทนจาก Content & Story กล่าวว่า สิ่งที่ทำให้ดีไซน์ธรรมดากลายเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูง คือ “เนื้อเรื่อง” หรือ Story เพราะคอนเทนต์ที่ดีสามารถสร้างทั้งประสบการณ์ร่วมและอารมณ์ร่วมให้กับผู้ฟังและผู้ชม
แม้ซีรีส์หรือเนื้อเรื่องนั้นจะจบลง แต่ตัวละครยังคงมีชีวิตอยู่ในความทรงจำของแฟนๆ เมื่อเกิดความผูกพัน ก็จะนำไปสู่การสร้าง Community และ Fandom ที่พร้อมสนับสนุนผลงานในหลากหลายรูปแบบ ทั้งสินค้า Merchandise กิจกรรม Fan Meeting และการต่อยอด IP ไปสู่ธุรกิจอื่นๆ ซึ่งล้วนเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันครีเอเตอร์ไทยสู่เวทีโลก
หลังจากสร้างฐานแฟนที่แข็งแรงได้แล้ว ความท้าทายต่อไปคือ การทำให้ IP ไทยสามารถสื่อสารกับผู้บริโภคทั่วโลกได้โดยไม่สูญเสียอัตลักษณ์ของตนเอง
รักษาเอกลักษณ์เดิม แต่สื่อสารด้วยภาษาสากล
นายสันตสิริ ศิริกุล COO บริษัท อิ๊กดราซิล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) มุมมองจากฝั่ง Game & Art กล่าวว่า ปัจจุบันผู้บริโภคต่างชาติให้คุณค่ากับรากเหง้าและความคิดสร้างสรรค์แบบไทยมากขึ้น แต่โจทย์สำคัญคือ การสื่อสารให้เข้าถึงผู้บริโภคทั่วโลก โดยยังคงรักษาแก่นแท้ของ IP ไว้ได้อย่างครบถ้วน
ผู้บริโภคยุคใหม่ไม่ได้มองเพียงความสวยงามของคาแรกเตอร์ หากยังต้องการเสพ “ประสบการณ์และเรื่องราว” ที่อยู่เบื้องหลัง ดังนั้น การร้อยเรียงเรื่องราวให้เข้าใจง่ายในระดับสากล จึงเป็นสะพานสำคัญที่จะผลักดัน IP ไทยสู่การเป็น Global Brand ขณะเดียวกัน การผลักดันอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทยให้เติบโตอย่างแข็งแรง ไม่อาจอาศัยผู้เล่นเพียงรายเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน
ปลุกพลัง Ecosystem เลิกต่างคนต่างทำ แล้วมาจับมือร่วมกันเติบโต
นายณภัทร พรหมพฤกษ์ นายกสมาคมการค้าลิขสิทธิ์และของที่ระลึก จากคาแรกเตอร์ ดีไซน์ ของเล่น และผลงานศิลป์ร่วมสมัยไทย (TCAP) กล่าวว่า ที่ผ่านมาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในไทยมักขาดการเชื่อมโยงระหว่างผู้เล่นและแต่ละภาคส่วน สมาคมฯ จึงเข้ามาทำหน้าที่เชื่อมโยงสมาชิกจากทั้ง 7 ภาคส่วนของอุตสาหกรรม เพื่อสร้าง Ecosystem ที่สมบูรณ์แบบ ตั้งแต่ต้นน้ำอย่าง Creator และ Developer ไปจนถึงปลายน้ำอย่าง Manufacturer และ Agent
หากทุกฝ่ายสามารถทำงานร่วมกันใน Ecosystem เดียวกัน Art Toy หรือคาแรกเตอร์ดีไซน์จะสามารถต่อยอดไปสู่สินค้าและบริการรูปแบบใหม่ได้อย่างไม่สิ้นสุด พร้อมผลักดันให้อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทยเติบโตอย่างแข็งแกร่งและแข่งขันได้ในระดับสากล
เกราะคุ้มกัน IP คือหัวใจของ Global Creator
การนำคาแรกเตอร์และคอนเทนต์ไทยก้าวสู่ตลาดโลก ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการมีผลงานที่โดดเด่นเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องอาศัยความเข้าใจด้านทรัพย์สินทางปัญญา การวางกลยุทธ์ทางธุรกิจ การสร้างเรื่องราวที่เข้าถึงผู้บริโภค และความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในระบบนิเวศของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์
เวทีเสวนา “อนาคตครีเอเตอร์ไทยสู่สากล” จึงสะท้อนให้เห็นว่า การผลักดัน Character และ Content ไทยสู่เวทีโลกไม่ใช่หน้าที่ของครีเอเตอร์เพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยทั้ง IP ที่ได้รับการคุ้มครองอย่างเหมาะสม เรื่องราวที่ทรงพลัง คอนเทนต์ที่สร้างชุมชน และ Ecosystem ที่เอื้อต่อการเติบโต ซึ่งล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญในการเปลี่ยน “ความคิดสร้างสรรค์” ให้กลายเป็น “มูลค่าทางธุรกิจ” ที่แข่งขันได้ในระดับสากล
ผู้สนใจสามารถร่วมสัมผัสศักยภาพของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทยได้ในงาน Thailand Character and Content Expo 2026 (TCEX 2026) ระหว่างวันที่ 9–12 กรกฎาคม 2569 ณ สยามพารากอนและสยามเซ็นเตอร์